ข่าวด่วนเมืองคอน » สุดสะเทือนใจ!! แฉหนูน้อย 11 ปีเมืองคอนพยายามผูกคอตายตามแม่-แพทย์และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

สุดสะเทือนใจ!! แฉหนูน้อย 11 ปีเมืองคอนพยายามผูกคอตายตามแม่-แพทย์และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

5 มิถุนายน 2020
1009   0

สุดสะเทือนใจ!! แฉหนูน้อย 11 ปีเมืองคอนพยายามผูกคอตายตามแม่-แพทย์และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด-สามีผู้ตายยืนยันไม่มีความขัดแย้งในครอบครัว
แฉหนูน้อย 11 ขวบเมืองคอนพยายามผูกคอตายตามแม่แต่เชือกหลุดรอดตายปาฏิหาริย์ -โดยแพทย์และญาติเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด-สามีผู้ตายยืนยันไม่มีความขัดแย้งในครอบครัว-ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากป่วยโรคซึมเศร้าและไม่กินยา 2-3 วัน


(5 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่มีคนผูกคอตายในจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2563 ถึง 3 ราย 4 คน ประกอบด้วยที่ ในป่าละเมาะริมคลองชลประทาน หมู่ 13 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม ทราบชื่อ นายสุภาพ ลาภรผล อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 13 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช สาเหตุเพราะน้อยใจที่ตัวเองติดคุกเมื่อพ้นโทษพบว่าเมียรักไปมีชายคนใหม่ รายที่ 2 ที่ สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายใน จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.เชียรใหญ่ นายน้อยชะนะ รอดเกลี้ยง อายุ 49 บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ 3 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอแขวนกับขื่อภายในห้องนอน สาเหตุเพราะต้องการหนีโรคร้ายเพราะป่วยเป็นโรคประจำตัวคือโรคไทรอยด์มานานแล้วรักษาก็ไม่ และรายที่ 3 อ.ปากพนัง น.ส.วาสนา แขกเทพ อายุ 48 ปี เป็นโรคซึมเศร้าได้ผูกคอตายที่ในบ้านเลขที่ 283 หม่ 1 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยน้องนิด ลูกสาววัย 11 ปี เห็นแม่ผูกคอตายได้ใช้เชือกผูกคอตายตาม แต่เชือกหลุดทำให้รอดมาได้หวุดหวิด
โดยในขณะนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคนฆ่าตัวตายอย่างต่อเนื่อง จนผู้คนต่างวิพากวิจารณ์กันว่าคนที่ฆ่าตัวตายมีความเครียดในปัญหาชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ อยู่แล้วจนเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้เครียดหนักเพิ่มมากขึ้นยจนตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยผูกคอตาย อย่างไรก็ตามในรายทของ น.ส.วาสนา แขกเทพ อายุ 48 ปีที่ผูกคอตายและน้องนิด บุตรสาววัยแค่ 11 ปีเห็นแม่ผูกคอตายจึงผูกคอตัวเองเพื่อตายตามแม่ แต่โชคดีที่เชือกหลุดจึงรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ปากพนัง โดยมที่ลำคอมีรอยซ้ำจากเชือกที่รัดคออย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่พยายามดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหนูน้อยคงจะได้รับความสะเทือนใจจากเหตุการณ์เป็นอย่างมาก และร้องห่มร้องให้ตลอดเวลาอย่างน่าเวทนาสงสาร
จากการสอบสวนนายโสภณ แขกเทพ อายุ 80 ปี บิดาของ น.ส.วาสนา ผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเลิกรากับสามีและไปมี สามีใหม่คือนายสุพัฒน์ จุณภักดิ์ อายุ 32 ปี ที่ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นาน ๆ จึงจะกลับมาบล้านที่เกิดเหตุสักครั้ง และเพิ่งจะกลับบ้านเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2563 โดยผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานแล้วและกินยารักษาอยู่ ส่วนน้องนิด ลูกสาว อายุ 11 ขวบ เป็นลูกสาวที่เกิดจากสามีเก่า ต่อมานายสุพัฒน์ สามีใหม่ได้เดินทางมารับศพ น.ส.วาสนา กลับบำเพ็ญกุศลที่วัดเขมาวงศาราม (วัดใน) ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก เขตเทศบาลเมืองปากพพนัง จ.นครศรีธรรมราช
นายสุพัฒน์ จุณภักดิ์ สามีใหม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่าตามปกติภรรยาเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับการกินยาอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงระยะสองสามวันที่ผ่านมาไม่ได้กินยา และได้บอกตนว่าจะเดินทางกลับบ้านที่ อ.ปากพนัง เพื่อที่จะให้ช่างมาซ่อมบ้าน ก่อนที่จะย้ายครอบครัวมาอยู่ด้วยกันที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยตนเป็นคนขับรถมาส่งและกลับไป อ.ท่าศาลา จนทราบข่าวว่าเมียรักผูกคอตายตกใจมากรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุ ตนยืนยันว่าตั้งแต่อยู่กินกันมาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะบอกแว้งแม้แต่น้อย และมีมีปัญหาใด ๆ ในครอบครัวที่เป็นเหตุ ให้เมียรักฆ่าตัวตายลฃ นอกจากอาการป่วยโรคซึมเศรเของเมียรักเท่านั้น
“ตนอยากวิงวอนขอร้องสื่อมวลชนบางสำนักที่เขียนข่าวโดยไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงหรือสอบถามตนหรือญาติ ๆ เลย โดยระบุว่าสาเหตุมาจากความขัดแย้งกันในครอบครัว เรื่องที่ดินบ้างซึ่งไม่เป็นความเป็นจริงแม้แต่น้อย ส่วนหลังจากเกิดเหตุมีผู้ใจบุญจำนวนมากแจ้งความประสงค์จะช่วยเหลือน้องนิด บุตรสาวของผู้ตายวัย 11 ปี ก็สุดแล้วแต่ทางผู้ที่จะช่วยเหลือในส่วนของตัวเด็ก โดยตอนนี้ยังอยู่ในอาการเศร้าอยู่อย่างหนัก และต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์รวมถึงญาติ ๆ ยังมีอาการตกใจและร้องไห้ตลอดเวลา ขอร้องให้สื่อช่วยแก้ข่าวให้ถูกต้องด้วยนะครับ ผมสูญเสียเมียสุดที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับอย่าให้ต้องมาเสียใจกับเรื่องราวและข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงซ้ำเติมอีกเลย” นายสุพัฒน์ กล่าววิงวอนอย่างน่าสงสาร .

ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
5 มิ.ย. 2563