ข่าวประชาสัมพนธ์ » ผู้ว่าคอน ฯ และ ส.ส.เมืองคอนออกรณรงค์ควบคุมป้องกันไวรัสโควิด 19 หลังให้จัดงานวัด

ผู้ว่าคอน ฯ และ ส.ส.เมืองคอนออกรณรงค์ควบคุมป้องกันไวรัสโควิด 19 หลังให้จัดงานวัด

13 มีนาคม 2020
241   0

ผู้ว่า ฯ และ ส.ส.เมืองคอนออกรณรงค์ควบคุมป้องกันไวรัสโควิด 19 หลังให้จัดงานวัดและงานประเพณีในท้องถิ่น-เผยยอดผีน้อยและคนกลุ่มเสี่ยงรวม 21 คน


ผู้ว่า ฯ และ ส.ส.เมืองคอนออกรณรงค์ควบคุมป้องกันไวรัสโควิด 19-หลังเปิดโอกาสให้จัดงานวัดและประเพณีในท้องถิ่นงานวัด งานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ โดยมีมาตรการควบคุมป้องกันอย่างเต็มที่-ยอดผีน้อยและคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงรวม 21 คน-เข้าสู่กระบวนการควบคุมดูแลใกล้ชิด
(13 มี.ค.) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ จ.นครศรีธรรมราช เดินทางไปเยี่ยมชมและรณรงค์การป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 ภายในงานปิดทองฝังลูกนิมิตและยกช่อฟ้าอุโบสถ ณ วัดพังสิงห์ หมู่ 2 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีคณะสงฆ์ พระครูศรีกิตติกำธร เจ้าอาวาสวัดพังสิงห์และเจ้าคณะตำบลกำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พุทธศาสนิกชน รวมทั้งผู้นำศาสนาอิสลามในพื้นที่ตำบลพังสิงห์ร่วมในพิธีและร่วมต้อนรับ โดยนายศิริพัฒ และ รศ.ดร.รงค์ ได้นำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายให้กับคณะกรรมการจัดงานและประชาขนจำนวนหนึ่งด้วย
สำหรับวัดพังสิงห์เป็นวัดเก่าแก่ ได้รับการประกาศจัดตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2461 อายุ 102 ปี และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2503 เนื่องจากอุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถใช้ในการประกอบศาสนกิจได้ จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ กำหนดเขตวิสุงคามสีมาเท่าเดิม กว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร โดยอุโบสถหลังนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจ ความสมัครสมาน สามัคคีของชาวพุทธศาสนิกชนและชาวชุมชนวัดพังสิงห์ อีกทั้งเป็นสถานที่สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ใช้ประกอบสังฆกรรม และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา จากพลังศรัทธาและความมานะพยายามของท่านเจ้าอาวาส คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ที่ได้ร่วมกันเสียสละกำลังกาย กำลังใจและกำลังทรัพย์ ทำให้การก่อสร้างอุโบสถแล้วเสร็จสมบูรณ์ กำหนดจัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทอง ฝังลูกนิมิต และยกช่อฟ้าอุโบสถวัดพังสิงห์ ระหว่างวันที่ 13-22 มีนาคม 2563 โดยวันที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 14.00 น.จัดพิธียกช่อฟ้า และวันที่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 14.00 น. ประกอบพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต โดยในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ (13 มี.ค.) นายศิริพัฒ พัฒกุล ได้เดินทางมาเป็นประธานลั่นฆ้องเปิดงานปิดทองลูกนิมิต และผูกผ้าช่อฟ้าเป็นปฐมฤกษ์ครั้งหนึ่งแล้ว
รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยกำหนดมาตรการในการดำเนินการอย่างเข้มข้นและเด็ดขาดในทุกระดับ และได้มีการผ่อนปรนให้ในการจัดงานในท้องถิ่น เช่น งานวัด งานบวช งานแต่งงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆในท้องถิ่นในชุมชม และกำชับให้คณะกรรมการชัดงานแต่ละแห่งดำเนินการตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เช่น การรงค์ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมสวมหนากาอนามัย จัดหาและให้บริการเรื่องเจลล้างมือ พร้อมรณรงค์กินร้อน ช้อนกลาง เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการควบคู่กับมาตรฐานควบคุมป้องกันได้เป็นอย่างดี ไม่น่าเป็นห่วง ขอเน้นว่าเราไม่ประสาท แต่ไม่ตื่นตนกจนเกินไป การป้องกันหลักอยู่ที่ตัวเรา หากเรามีสติ ไม่ประมาท ทุกคนจะร่วมกันฝ่าวิกฤติไวรัสโควิดไปได้อย่างแน่นอน
ส่วนในกรณีการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย แต่หน้ากากอนามัยขาดตลาด จนมีการออกมาเปิดโปงว่ามีคนใกล้ชิดนักการเมืองซีกรัฐบาลกักตุนหน้ากากอนามัย ในเรื่องนี้ในพรรคยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจัง ปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาตรวจสอบดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย และคาดว่าในการประชุมพรรคในวันที่ 18 มี.ค. 2563 คงจะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาสู่ที่ประชุมเพื่อพูดคุยหารือกันอย่างจริงจริงเป็นรูปธรรมต่อไป” ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าว
ทางด้านนายศิริพัฒ พัฒกุล กล่าวว่า ในขณะนี้ทางจังหวัดได้ควบคุมป้องกันอย่างเต็มที่และไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงทั้งผีน้อยและคนอื่น ๆ รวมประมาณ 21 คน ในจำนวนนี้เป็นผีน้อย 7 คนและคนอื่น ๆ เดินทางเข้ามาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอีก 14 คน ทุกนผ่านการตรวจและไม่พบติดเชื้อไวรัสโควิด 19 และทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการกักตัวตามที่ทางราชการกำหนด และอาจจะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ทุกคนก็ต้องผ่านกระบวนการเริ่มจากด่าน ตม.และเมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใดก็ต้องเข่าสู่การกักตัว 14 วันทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน โดยเฉพาะที่กักตัวเองที่บ้านได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นตั้งแต่นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.คอยดูแลแนะนำและควบคุมอย่างใกล้ชิด
“ขอให้ประชาชนทุกคนมีสติและพร้อมที่จะต้อนรับคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง อย่าตื่นตนกตกใจเราจะต้องเปิดใจให้กว้างและยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จะให้เขาเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน โดยทุกคนจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของทางกราชที่ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด และหากพบว่าใครที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตามขั้นตอน คนนครศรีธรรมราชทั้งกว่า 1.5 ล้านคนทุกคนจะต้องเป็นเจ่าของไข้ ต้องช่วยกันตรวจสอบดูแลและช่วยเหลือ แม้จะไม่ใช่คนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด แต่อาจจะมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ ไอ จาม มีน้ำมูกไหลแบบนี้เราก็ต้องแนะนำหรือพาเขาไป รพ.สต.ก่อน พบหมอหรือพยาบาลวิชาชีพ พบหมอโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอำเภอก็ได้ อย่านำไปโพสต์พูดกันในไลน์ในเฟซบุ๊คโดยไม่มีข้อเท็จจริง จะสร้างความตื่นตนกตกใจกันไปใหญ่ หากเราสามารถทำได้ตามที่ผมกล่าวมาข้างต้น บรรยากาศการหวาดผวา ตื่นนตกตกใจจนเกินเหตุก็จะหมดไป เราต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และหน่วยงานข้างบนที่กำหนด เราไม่ประมาท เราไม่ตกใจหรือตื่นตนก เราต้อมีสติ และร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด 19 ด้วยกันให้สำเร็จ” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวในที่สุด.