ข่าวประชาสัมพนธ์ » “อนาคตใหม่”รวมตัวปรับทุกข์!!ส.ส.และอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ภาคใต้ที่เมืองคอน

“อนาคตใหม่”รวมตัวปรับทุกข์!!ส.ส.และอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ภาคใต้ที่เมืองคอน

22 กุมภาพันธ์ 2020
849   0

รวมตัวปรับทุกข์!!ส.ส.และอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ภาคใต้รวมตัวปรับทุกข์ที่เมืองคอน-แฉ“ลิงเมินไม่กินกล้วย”หลังเสนอ 20-30 ล้านพร้อมดูแลรายเดือน


ส.ส.และอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ภาคใต้รวมตัวปรับทุกข์ที่เมืองคอน-แฉมีการพยายามติดต่อซื้อตัว 20-30 ล้านพร้อมดูแลเป็นรายเดือนแต่ลิงยังเมินกล้วย-สมชาย ชี้คณะอนาคตใหม่ทำการเมือง 2 ขาในสภาและนอกสภาเป้าหมายเดียวกันหวัง ปปช.หยุดเผด็จการและทุนผูกขาด
(22 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส. ส.ส.และตัวแทนสาขาพรรคอนาคตใหม่ในภาคใต้ได้ รวมประมาณ 50 คนได้เดินทางมารวมตัวกันที่ทำการพรรคอนาคตใหม่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนมณีวัตร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง นายสมชาย ฝั่งชลจิตร นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ คีรีรัตน์ส.ส.ผู้พิการคนแรกของประเทศไทย อดีตนักกกีฬาปิงปองทีมชาติไทย เหรียญเงินจากการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และคณะกรรมการสาขาพรรคอนาคตใหม่จังหวัดนครศรีธรรมราชให้การต้อนรับ
โดยในการเดินทางมาพบปะกันในครั้งนี้เพื่อพบปะ พูดคุยปรับทุกข์หลังจากศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคอนาคตใหม่ตัดสินทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค 16 คน เป็นเวลา 10 ปี โดยในจำนวนดังกล่าวมีคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส. และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 11 คน รวมทั้งนายเจนวิทย์ ไกรสินธิ์ ด้วย ในขณะที่นายสมชาย ฝั่งชลจิตร และนายปริญญา ชวยเกตุ คีรีรัตน์ ยังคงสภาพการเป็น ส.ส.อยู่และอยู่ระหว่างการหาสังกัดพรรคใหม่
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร กล่าวว่า หลังพรรคอนาคตใหถูกยุบทำให้ในขณะนี้เหลือ ส.ส.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่จำนวน 66 คน และมีการโทรประสานจากแกนนำพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาลเพื่อดึงดูดให้เข้าร่วมสังกัดพรรครัฐบาล โดยเท่าที่ทราบมีการเสนอเงินให้ถึงรายละ 20-30 ล้านบาท โดยเฉพาะนายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ มีโทรศัพท์มาชวนและเสนอเงินให้ 20 ล้าน 2-3 ครั้งแต่นายปริญญา ได้ตอบปฏิเสธไป และตนเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหเพีนงคนเดียวที่ไม่มีใครกล้าโทรชวนและเสนอเงินตอบแทนให้ เพราะรู้ดีว่าตนยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่มีวนที่จะเปลี่ยนใจ ขายตัวไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เต็มไปด้วยเผด็จการอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นนายสมชาย ฝั่งชลจิตร ได้เล่าเรื่องราวที่มาที่ไปก่อนมีการตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โทรศัพท์มาถึงตนเพื่อปรึกษาหารือทางการเมือง ซึ่งตนเสนอแนวทางทางการเมืองจะต้องตัดวงจรทุนนิยมผูกขาดให้ได้จึงสามารถแก้ปัญหาการปฏิวัติรัฐประการและสร้างการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง เมื่อเห็นว่ามีแนวคิดและเป้าหมายทางการเมืองในแบบเดียวกันนายธนาธร และเสนอให้ตนเป็นแกนนำในการประสานงานในภาคใต้ และขอให้ตนรับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งตนได้ตอบตกลงในการร่วมทำงานทางการเมือง แต่ปฏิเสธในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค และเสนอนายเจนวิทย์ ไกรสินธ์ เป็นกรรมการบริหารพรรคแทน อย่างไรก็ตามในการจัดทำบัญชีรายชื่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายได้แม้ตนจะปฏิเสธไม่แต่นายธนาธร บอกว่าตนจะปฏิเสธไม่ได้และได้ใส่ชื่อตนเป็นผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ได้เป็น ส.ส.จนถูกตัดสินยุบพรรค แต่เนื่องจากตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจึงยังคงสภาพการเป็น ส.ส.อยู่
“แม้จะถูกตัดสสินยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมกรบริหารพรรค แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล และกรรมการบริหารพรรคจะยังคงทำงานทางการเมือง โดยประกาศจัดตั้งคณะอนาคตใหม่ขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนอกสภาตามแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ ส่วน ส.ส.ที่เหลือ 66 คนอยู่ระหว่างการรอเขาสังกัดพรรคการเมืองใหม่ แต่อาจจะมี ส.ส.บางคนที่อาจจะถูกฝ่ายรัฐบาลดูดไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ร่วมกันและร่วมทำงานร่วมทั้งร่วมอภิปรายไว้วางใจรัฐบาลด้วย ซึ่งต่อไปการทำงานของอนาคตใหม่จะทำแบบ 2 ขา คือในส่วน ส.ส.ก็ทำหน้าที่ในสภา โดยกรรมการบริหารพรรคก็ทำการเมืองนอกสภา เป้าหมายเดียวกันคือการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกประชาชนในการใช้ 2 นาทีในการเลือกตั้งตัดสินไม่ให้ผู้มีอำนาจเผด็จและทุนนิยมผูกขาดเข้าไปในสภา เป็นแนวทางเดียวที่จะสามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง ใขณะที่ฝ่ายเผด็จการทุนผูกขาดเขาก็คงไม่ยอมที่จะให้ประชาชนมีอำนาจ เขาก็พยายาม ทุกวิถีทางที่จะเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องต่อไป ประชาชนจึงเป็นเงื่อนไขเดียวเท่านี้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใด จึงอยากย้ำว่านายธนาธร นายปิยะบุตร และกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้ไหว ย่อท้อ เราจะสู้กันต่อไป
ในขณะที่นายเจนวิทย์ ไกรสินธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนเชิญ ส.ส.และทีบริหารสาขาพรรคในภาคใต้มาพบปะพูดคุยปรับทุกข์ และต้องการมายืนยันให้กำลังใจกับทุกคนและอยากให้ทุกคนร่วมเดินทางไปกับเราคณะอนาคตใหม่ สำหรับตนตนไม่ได้เสียใจกับตำแหน่ง ส.ส.ที่สูญเสียไปจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สงสารประชาชนที่ตั้งความหวังไว้กับพรรคความหวังใหม่ ที่เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีแนวทางการทำงาน มีนโยบายเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนอย่างแท้จริง โดยขอให้ทีมงานในแต่ละจังหวัดรฟังข่าวความเคลื่อนและความคืบหน้าจากส่วนกลางว่า ส.ส.โดยการนำของนายพิธาน ลิ้มเจริญรัตน์ จะรวมตัวเข้าสังกัดพรรคการเมือง พรรคชื่ออะไร และจากนั้นจะแจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนของที่ทำการสาขาพรรครวมมั้งรายละเอียดทั้งหมด โดยตนพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองนอกสภา จะเดินทางไปกับนายธนาธร นายปิยะบุตรทั่วประเทศ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาบนอกสภานั้น ในวนพรุ่งนี้ (23 ก.พ) ตนได้แจ้งหัวหน้าพรรคว่าจะไม่อยู่ร่วมกิจกรรม เพราต้องเดินทามาพบปะกับคณะกรรมการสาขาพรรคทั่วภาคใต้ เท่าที่ทราบพรุ่งนี้จะมีการจัดกิจกรรมทางฝั่งธน นำโดยอดีต ส.ส.“ช่อ” พรรณิการ์ วานิช คาดว่าจะมีประชาชนสนใจติดตามและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
“ส่วนวิธีการการซื้อตัว ส.ส.หรือ “ลิงกินกล้วย” นั้นมีความพยายามมาตั้งแต่ก่อนศาลตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่มีการติดต่อและเสนอให้ 20-30 ล้านพร้อมการดูแลเป็นรายเดือน แต่ไม่สำเร็จไม่มี ส.ส.คนใดของพรรคอนาคตใหม่ยอมขายตัว แต่หลังการยุบพรรคอาจจะมีการวิ่งเต้นเสนอกล้วยมากขึ้น แต่ตนยังเชื่อมั่นในอึดมการณ์ทาการเมืองของพี่น้อง ส.ส.อนาคตใหม่ทุกคน ว่าจะยังคงอยู่ร่วมอุดมการณ์และแนวทางของคณะอนาคตใหม่ต่อไป”นายเจนวิทย์ ไกรสินธ์ กล่าวย้ำในที่สุด.


ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
22ก.พ. 2563