ข่าวทั่วไทย » นครศรีธรรมราช:ทหาร ทภ.4 สนธิกำลังฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการพิเศษผู้ว่าฯ บุกทลายจับสุรา-บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวนมาก

นครศรีธรรมราช:ทหาร ทภ.4 สนธิกำลังฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการพิเศษผู้ว่าฯ บุกทลายจับสุรา-บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวนมาก

2 พฤศจิกายน 2019
2290   0

นครศรีธรรมราช:ทหาร ทภ.4 สนธิกำลังฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการพิเศษผู้ว่าฯ บุกทลายจับสุรา-บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่าครึ่งล้านเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา กำลังทหารกองทัพภาค 4 ภายใต้การนำโดย พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล,ร.อ.เจษฎา เพ็ญกุล ,จสอ.พรพิทักษ์ ฉิมครบุรี จนท.ทหาร ชปข.กองทัพภาค 4 ร่วมกับ พ.อ.อ.ศุภโชค พราหมพูน ปลัดอำเภอ ทำหน้าที่ หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษ ของผวจ.นครศรีธรรมราช,นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอท่าศาลาและกำลัง อส.ฝ่ายปกครอง,ตำรวจ สภ.ท่าศาลา รวมถึง จนท.สรรพสามิต จว.นศ.กว่า 10 นาย ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่ม”แอลกอฮอล์”ไม่มีชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 274/40 ภายในตลาดท่าศาลา ม. 1 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับรายงานว่า ร้านดังกล่าวได้มีการลักลอบจำหน่ายสุราและบุหรี่ต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย (หนีภาษี) อย่างไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าภายในร้านมีเครื่องดื่มแอลกอฮล์ของมึนเมาหลายชนิดยี่ห้อ ทั้งของไทยและต่างประเทศจำนวนมากวางจำหน่าย ให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ โดยจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง โดยมีนายจารุกิตติ์ แก้วกุล อายุ 27 ปี เป็นเจ้าของ ซึ่งจนท.ได้ขอตรวจสอบเอกสารการนำเข้าจำหน่ายและเสียภาษีจากทางเจ้าของร้าน ปรากฏว่าทางผู้จำหน่ายไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงและยืนยันต่อ จนท.ได้ จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ พบว่ามีสุรา-ไวน์-และบุหรี่ยี่ห้อดังของต่างประเทศหลายยี่ห้อจำนวนมาก ประกอบด้วย สุราต่างประเทศยี่ห้อต่างๆกว่าสิบยี่ห้อรวมกว่า 50 ขวด,บุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อต่างๆกว่า 100 กล่อง,ไพ่อีกกว่าสิบสำรับ รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ที่ลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ได้รับอนุญาต และผ่านการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างถูกต้องตาม กม. หรือไม่ได้รับการเสียภาษีให้กับทางกรมสรรพสามิตอย่างถูกต้อง จึงยึดไว้พร้อมกับเชิญตัวจารุกิตติ์ แก้วกุล ที่รับว่าเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายสุราดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกม.ต่อไปสอบสวนทราบว่า ร้านดังกล่าวได้เปิดให้บริการมานานแล้ว และมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นนักศึกษาหรือนักดื่มที่ออกเที่ยวตามร้านอาหารสถานบันเทิงยามค่ำคืน เนื่องจากราคาจะถูกกว่าของที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยสุรา-บุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศที่นำมาจำหน่ายนั้นได้ลักลอบขนมาทางรถจากจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ และลักลอบทำมานานแล้ว แต่สุดท้ายมาถูกจับกุมได้ในครั้งนี้อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขและปราบปราบได้หมดสิ้น แต่กลับมีแนวโน้มขยายเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเปิดให้บริการกับนักดื่มเพิ่มมากขึ้นซึ่งส่วนใหญ่มักจะเปิดใกล้กับสถานบันเทิงร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวสถานให้บริการที่เปิดให้บริการในยามค่ำคืนอย่างในตัวเมืองจังหวัด ยังพบว่ามีร้านในลักษณะดังกล่าวอีกจำนวนหลายร้านที่มีการลักลอบเข้ามาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคมาโดยตลอด รวมถึงร้านโชว์ห่วยหรือร้านขายของชำเล็กๆตามสถานีที่ชุมชนต่างๆทุกพื้นที่อำเภอได้ลักลอบนำบุหรี่ยี่ห้อต่างของต่างประเทศมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคอย่างผิดกฎหมายกันอย่างโจ่งครึ่มและเสรี โดยไม่ต้องกังวลกลัวว่าจะถูก จนท.จับกุม เนื่องจากปัญหาหลักคือการที่ผู้ลักลอบนำมาจำหน่ายได้จ่ายเงินค่าผ่านทางหรือจ่ายรายการให้กับ จนท.ของรัฐบางหน่วยงานที่รู้เห็นในพื้นที่มาโดยตลอด จึงไม่ค่อยพบการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวนัก ประกอบกับสภาพสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ คนที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนรากหญ้า ผู้ใช้แรงงาน กรรมกร โดยสิงห์นักสูบได้เปลี่ยนหันมานิยมสูบบุหรี่ยี่ห้อต่างๆของต่างประเทศมากมายหลายยี่ห้อที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าบุหรี่ไทย ที่มีการลักลอบหนีภาษีนำเข้ามาจำหน่าย อย่างยี่ห้อ “J…”ยี่ห้อหนึ่ง

หนึ่งในหลายยี่ห้อของบุหรี่หนีภาษีที่มีจำหน่ายเกลื่อนเมืองคอนโดยเฉพาะตามชุมชน ตกซองละ 35-40 บาท ในราคาขายปลีก หรือเพียง 25-30 บาท ในราคาขายส่ง

ที่นักสูบนิยมสูบกันมาก และมีวางจำหน่ายเกลื่อนเมือง เพราะมีราคาถูก ตกเพียงซองละ 35-40 บาทเท่านั้น แต่ในขณะที่บุหรี่ของไทยหรือบุหรี่นำเข้าที่ติดแสตมป์อากรของไทยมีราคาที่สูงกว่าเท่าตัว เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100  บาท/ซอง จึงเป็นปัญหาที่มองดูแล้วว่าคงไม่มีทางที่จะแก้ไขหรือปราบปรามให้ถูกต้องและหมดลงได้ในเร็ววัน และจะยังคงเป็นปัญหาที่มีการกระทำและถูกปกปิดต่อไปในทุกพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ ตราบใดที่ผลประโยชน์ได้เสียระหว่าง ผู้ค้า ผู้ขาย และจนท.ของรัฐบางหน่วยงานเคลียร์กันลงตัว รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยอย่างในยุคปัจจุบันที่เป็นอยู่

 

ขอบคุณที่มา กิตติดนัย ไซยนุรัตน์