การเมืองคอน » วิบากกรรม!!“เทพไท-มาโนช” 2 พี่น้องจำเลยคดีทุจริต

วิบากกรรม!!“เทพไท-มาโนช” 2 พี่น้องจำเลยคดีทุจริต

24 กันยายน 2019
1091   0

วิบากกรรม!!“เทพไท-มาโนช” 2 พี่น้องจำเลยคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนสุดระทึกศาลนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องสืบพยาน 3 วันรวด


“เทพไท-มาโนช” 2 พี่น้องจำเลยคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนสุดระทึกศาลนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องสืบพยาน 3 วันรวด -จ่อชี้ชะตาคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช – ไม่รอคดีค้างอัยการสูงสุดจะสั่งคดีหรือไม่
จากกรณีคดีมหากาพย์โกงการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนายพิชัย บุญยเกียรติ อดีต สว.และอดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายชิณวรณ์ บุญยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยื่นฟ้องนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นครศรีธรรมราช และอดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และนายมาโนช เสนพงษ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราชเมื่อปี 2557 ซึ่งเป๋นคดีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี และเป็นข่าวที่ประชาชนสนใจติดตามอย่างต่อเนื่องมาแล้วนั้น
(24 ก.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายมาโนช เสนพงศ์ น้องชาย ซึ่งตกอยู่ในฐานะจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีอาญาทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองราย โดยทั้งโจทก์และจำเลยได้เดินทางมายังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสอบคำให้การ โดยโจทก์ทั้งสอง ให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
โดยมีรายงานว่าในการสอบคำให้การนายเทพไท เสนพงศ์ และนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การปฏิเสธ ขณะที่นายเทพไท ได้แถลงขอเลื่อนคดีโดยอ้างเหตุในการติดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ทว่าศาลได้พิจารณาพบว่าในขั้นตอนการสืบพยานโจทก์และจำเลยจะอ้างว่าติดสมัยประชุม หรือติดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 รวมทั้งหลักการพิจารณาของศาลเป็นระเบียบของศาลฎีกาห้ามไม่ให้ผู้ใดขัดขวางกระบวนการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถยกข้ออ้างใดมาเพื่อเลื่อนการพิจารณาคดีของศาลได้ ศาลจึงกำหนดวันนัดสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยทันที โดยหลังจากศาลได้กำหนดวันนัดแล้วปรากฏว่าทั้งนายเทพไท เสนพงศ์ และนายมาโนช เสนพงศ์ ได้เดินทางออกจากศาลไปทันที เนื่องจากก่อนหน้าได้เข้ามอบตัวและยื่นประกันตัวต่อศาลเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2562ไว้ก่อนแล้ว
ในขณะที่นายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายโจทก์ เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยได้ปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงได้กำหนดวันนัดคดี โดยฝ่ายโจทก์มีพยาน 10 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยนั้นได้แสดงพยานจำนวน 16 ปาก กำหนดวันนัดทั้งโจทก์และจำเลยคนละ 1 นัดครึ่ง หรือ 1 วันครึ่ง เป็นการพิจารณาต่อเนื่องรวม 3 วัน คือวันที่ 21 ,22 และ 23 มกราคม 2563 หลังจากสืบพยานเสร็จทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่การพิจารณาและรอฟังคำพิพากษาของศาลในชั้นนี้ต่อไป
สำหรับคดีคดีทุจริตเลือกตั้งนายองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังกลายเป็นคดีสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง คดีเนื่องจากผู้ที่ตกเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีนี้คือนายเทพไท เสนพงศ์ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคดีอาจส่งผลกระทบโดยตรงกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากห้วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในระหว่างการดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค และรองเลขาธิการพรรค ส่วนจำเลยที่ 1 ในคดีนี้คือนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต้องคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ใบแดง โดยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีอันต้องพ้นจากตำแหน่ง พร้อมทั้งมีภาระต้องชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช อีกเกือบ 100 ล้านบาท โดยสำนวนคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 เป็นเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองราย
ส่วนข้อมูลขั้นตอนคดีนี้ หลังจากศาลอุธรณ์ภาค 8 ได้พิพากษาความคดีเลือกตั้งที่หมายเลขดำที่ ลต.6/2556 แดงที่ 1490/2558 ไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งได้ดำเนินคดีอาญา โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ในคดีอาญากับนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเกือบ 5 ปีก่อนหลังจากนั้นคดีอยู่กระบวนการชั้นพนักงานสอบสวนมาจนถึงปัจจุบันในชั้นอัยการสูงสุด จนถึงปัจจุบัน แต่กลับไม่มีความคืบหน้าทางคดี จนในที่สุดนายพิชัย บุณยเกียรติ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีได้เลือกที่จะนำคดีเข้ายื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยตัวเอง และศาลได้ประทับรับฟ้อง ทำให้ทั้งนายเทพไท และนายมาโนช เสนพงศ์ ทั้งสองตกเป็นจำเลย โดยทั้งคู่ได้เข้ามอบตัวต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาและประกันตัว
ในส่วนของสำนวนคดีที่ค้างอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนจากชั้นพนักงานสอบสวนจนปัจจุบันกำลังเข้าสู่ปีที่ 5 แม้อัยการสูงสุดจะยังไม่สั่งคดี แต่ถือว่าไม่เป็นผลใด ๆ แล้ว โดยหากอัการสูงสุดสั่งฟ้องคดี จะส่งผลให้ทั้งคู่จะต้องตกเป็นจำเลยอีกคดีจะต้องเข้ามอบตัวและประกันตัวอีกครั้ง ซึ้งทางอัยการสามารถร้องต่อศาลให้ศาลพิจารณารวมคดีกับคดีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้องเองก็ได้ แต่อีกทางหากอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีถือว่าไม่มีผลใด ๆ เนื่องจากคดีได้ถูกยื่นฟ้องจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมโดยตรงและศาลได้ประทับรับฟ้องและเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งศาลพิจารณาตดีต่อเนื่องรวม 3 วัน คือวันที่ 21 ,22 และ 23 มกราคม 2563 ดังกล่าว.


ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
24 ก.ย. 2562