ข่าวประชาสัมพนธ์ » ยิ่งใหญ่!! เปิดตำนานสร้างหัวนะโมหรือ“หัวนอโม”พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทำบุญเมืองนคร-ผู้คนแห่ร่วมพิธีและรับแจกแน่นคล้ายช่วงจตุคามรามเทพฟีเวอร์

ยิ่งใหญ่!! เปิดตำนานสร้างหัวนะโมหรือ“หัวนอโม”พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทำบุญเมืองนคร-ผู้คนแห่ร่วมพิธีและรับแจกแน่นคล้ายช่วงจตุคามรามเทพฟีเวอร์

13 สิงหาคม 2019
1586   0

ยิ่งใหญ่!! เปิดตำนานสร้างหัวนะโมหรือ“หัวนอโม”พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทำบุญเมืองนคร-ผู้คนแห่ร่วมพิธีและรับแจกแน่นคล้ายช่วงจตุคามรามเทพฟีเวอร์

ชาวพุทธแห่ร่วมทำบุญเมืองนคร 2562 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกอบพิธีกวนหรือหุงหัวนอโม หรือหัวนะโมตามแบบประเพณีโบราณ เพื่อช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสิริมงคลทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป

(12 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างโดยเมื่อวันที่ 10 -11  สิงหาคม 2562 ชาวพุทธจากทั่วประเทศได้เข้าร่วมพิธี “ทำบุญเมืองนคร” ประจำปี 2562 บริเวณลานโพธ์หาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีการประกอบพิธีสวดธัมมจักกัปวัตตนสูตร และพิธีสวดนพเคราะห์ และพิธีหุงหรือกวนหัวนอโม หรือหัวนะโม ท่ามกลางประชาชนชาวพุทธทั้งในและต่างจังหวัดเข้าร่วมในพิธีต่อเนื่องหลายชั่วโมง มีนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการประกอพิธี

หลังจากหลังเสร็จสิ้นพิธีได้มีการการแจกหัวนอโมที่ผ่านพิธีการกวนหรือหุงน้ำมันแบบโบราณ  โดยในช่วงของแจกหัวนะโม หรือหัวนอโม มีประชาชนแห่ร่วมมาขอรับแจกหัวนะโม หรือหัวนอโมกันอย่าล้นหลามนับพันคน สถานการณ์และบรรยากาศคล้ายเหตุการณ์ในยุคจตุคาม-รามเทพฟีเวอร์ ระหว่างระหว่างปี 2545-2552 โดยเฉพาะช่วงระหว่างปี 2548-2549 ทำให้เงินเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

 

จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ประการทำบุญตักบาตร ตลอดถนนราชดำเนินจุด ตั้งแต่วัดศาลามีชัย-วัดแจ้งวรวิหาร ระยะทางรวมกว่า 5 กม. รวม 12 ซึ่งได้มีตัวแทนทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมทำบุญตักบาตรตามที่เคยปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ทั้งนี้เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่จังหวัดนครศรีธรรมราชสืบไป

“หัวนอโม” หรือ “หัวนะโม”วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง นครศรีธรรมราช เป็นวัตถุทรงกลมขนาดเล็กสร้างด้วยเนื้อโลหะผสมประเภทสำริด มีตัวอักษรขอมอยู่ตรงกลาง อ่านว่าตัว “นอ “ หรือตัว “นะ “ ด้านหลังจะมีตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ โดยกล่าวกันว่าสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์ผู้ทรงสถาปนา อาณาจักรนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อประมาณ 700 ปีก่อน และทรงเป็นพระเชษฐาของพระเจ้าจันทรภานุ หรือ องค์ “จตุคาม-รามเทพ “ พระองค์ทรงให้สร้างหัวนะโมไว้ด้วยพิธีกรรมอันสูงส่งของพราหมณ์ โดยอัญเชิญเทพเจ้าทั้งสามคือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม เป็นอักขระแทนองค์เทพเจ้า ทั้งสามโลก เพื่อเอาไปฝังหว่านรอบ ๆเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันโรคห่าระบาด( อหิวาตกโรค ) ปรากฏว่าโรคห่าได้หายไปจากอณาจักรนครศรีธรรมราชจนหมดสิ้นปัจจุบันหัวนะโม ถือเป็นเครื่องรางของขลัง หรือวัตถุมงคลชื้นเอกของนครศรีธรรมราช พุทธคุณครอบจักรวาล เมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด ปลอดภัยแก่ผู้ที่อาราธนาบูชาติดตัว

ในครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่4 ) ก็ได้เกิดโรคห่าระบาดขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้งพระองค์จึงรับสั่งให้สร้างหัวนะโมขึ้นแล้วประจุผงพระพุทธคุณอันวิเศษที่สำเร็จขึ้นจากพระอาจารย์ผู้มีกฤตยาคมสูงลงในหัวนะโมนั้น โปรดเกล้าฯ ให้นำหัวนะโมไปหว่านโปรยลงรอบเมืองนครฯ ให้ทั่วหมดสิ้น จากนั้นภายในไม่ช้าโรคห่าหรือโรคอหิวาตกโรคก็สงบลง

โดยอักขระ “นะโม” เป็นอักษรปารวะของอินเดียโบราณ ตามหลักฐานทางโบราณคดีก่อนสมัยพระศรีธรรมโศกราช (ราชวงศ์ปัทมวงศ์) คือก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 เม็ดโลหะที่เรียกกันว่า “หัวนะโม” อยู่ในฐานะเงินตรา ใช้แลกเปลี่ยนแทนสินค้าในอาณาจักร ต่อมาสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พุทธศตวรรษที่ 18) เปลี่ยนฐานะเป็น “เครื่องรางของขลัง” ประกอบพิธีตามคัมภีร์ไสยเวทหรืออาถรรพเวทเพื่อป้องกันภยันตรายทั้งปวงในราชอาณาจักร อักขระนะโม จึงเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรทะเลใต้ นะโม อาจหมายถึง “ความนอบน้อม” หรืออาจหมายถึง “หัวใจ” ของคาถาพุทธศาสนาที่ว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทธสฺส”

ซึ่งเป็นคำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดงออกถึงความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้า ส่วนสัญลักษณ์ของนะโมในตอนนั้นน่าจะมีความหมายเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย แต่ต่อมาในสมัยราชวงศ์พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้เปลี่ยนบทบาทของนะโมจากเงินตราแลกเปลี่ยนมาเป็นเครื่องรางของขลังใช้ป้องกันภัยต่าง ๆ

 

การสร้างนะโมจะมีพราหมณ์เป็นเจ้าพิธีที่สืบเนื่องเป็นประเพณีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะช่วงก่อนวันสงกรานต์จะมีการสวดภาณยักษ์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและอัญเชิญพระศิวะ พระวิษณุ แลพระพรหมมาสถิตในหัวนะโมแล้ว จึงนำไปหว่านรอบเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อป้องกันโรคห่าระบาด วิธีการทำหัวนอโมหรือเงินตรานะโม ถ้าอ้างตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าศรีธรรมโศกจะทรงให้ผู้มีความรู้นำเอาปรอทมาหุงกับยา แล้วหลอมให้เป็นเม็ดขนาดเล็กแล้วตอกตรานอโมเสร็จแล้วจึงนำไปถวายให้พระเกจิอาจารย์ประกอบพิธีปลุกเสพ  แต่ในสมัยหลัง ๆตั้งแต่ยุคอยุธยาลงมา หัวนอโมก็ได้มีการปรับส่วนผสมจากที่ใช้ปรอทก็หันมาใช้เงินยวงแทน ซึ่งเงินยวงเองก็เป็นแร่ที่มีฤทธิ์เช่นเดียวกับปรอท แต่มีอันตรายน้อยกว่า คนในยุคหลังจึงนิยมหันมาใช้เงินยวงมาผสมกับแร่เงินบริสุทธิ์หลอมออกมาเป็นหัวนอโม เพื่อใช้เป็นเงินตราใช้จ่ายในยุคนั้น
รูปทรงของหัวนอโมนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน ตั้งแต่เป็นลักษณะคล้ายเมล็ดข้าวสาร ลักษณะคล้ายขี้หนู และลักษณะที่เราเห็นกันทั่วไปเรียกกันว่าหัวนอโมแบบตาไก่ ซึ่งเป็นวงกลมและเป็นที่นิยมกันอย่างมาก โดยวิธีการทำหัวนอโมแบบโบราณนั้น เมื่อช่างผู้ทำหัวนอโมได้รับคำสั่งจากเจ้าเมืองแล้ว ก็จะเบิกเอาแร่เงิน เงินยวง พร้อมกับแร่อื่น ๆ สำหรับผสมเจือลงไป เช่น ตะกั่ว หรือ ปรอทนำมาหลอมผสมกันตามกรรมวิธี เสร็จแล้วนายช่างก็จะยืดโลหะออกเป็นเส้นแล้วตัดให้ได้ขนาด เสร็จแล้วนำโลหะเงินที่ตัดวางลงบนกระบอกไม้ไผ่ผ่าซีก เอาไฟเป่าจนโลหะละลายแล้วรอให้โลหะเย็นตัวแล้วจึงเอาตรานอโมมาตอกประทับลงบนตัวโลหะ พร้อมกับตราประทับในด้านหลังจึงเสร็จสิ้นการสร้างหัวนอโม

แต่หัวนอโมจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อได้ผ่านพิธีกรรมการปลุกเสกแล้ว จึงจะเป็นหัวนอโมที่สมบูรณ์ครบถ้วนตามขบวนการการสร้างเงินตราใช้จ่ายไม่ใช่คิดแค่มูลค่าทางการค้าอย่างเดียว แต่ยังคิดถึงมูลค่าทางจิตใจด้วยเป็นสำคัญจึงจะต้องมีการปลุกเสกหัวนอโม เพื่อให้หัวนอโมนั้น มีฤทธานุภาพ ตามที่พระเจ้าศรีธรรมโศกทรงสร้างไว้เป็นปฐมกล่าวคือ หัวนอโมนั้นใช้จ่ายก็ได้ หรือใช้เป็นเครื่องรางกันภัยหรือแก้ไขบรรเทาอันตรายก็ได้ ซึ่งทุกครั้งที่มีการสร้างหัวนอโมมักจะนิยมปลุกเสกด้วยเสมอ เพื่อให้มีอำนาจคุ้มครอง รักษาผู้พกพาให้ปลอดภัยเงินหัวนอโมนิยมใช้จนถึงยุคอยุธยาตอนกลางจึงค่อยซาความนิยมลงเพราะนิยมใช้เงินพดด้วงตามแบบเมืองหลวงก่อนที่ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้เหรียญและธนบัตรรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศจึงทำให้หัวนอโมในฐานะเงินตราหมดความสำคัญลงไป แต่ถ้าเป็นทางด้านความเชื่อแล้วชาวนครศรีธรรมราชและชาวภาคใต้ใต้ยังคงนับถือหัวนอโมในฐานะเครื่องรางของขลังป้องกันภัยอนตรายอย่างไม่เสื่อมคลาย

สำหรับพระคาถาเสกหันะโม หรือ “นอโม” เริ่มจากกล่าว นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสส( 3 จบ จากนั้นกล่าว “เตชุสุเนมะ ภูจะนาวิเว อิติเนยะปะรังยุตเต แม่เจ้าน้ำเงินเจ้าข้าเอ๋ย จงนำลาภนำเงิน นำทองมาให้ข้า นะชาลิติ มานิมามา นะเพ็ชอยู่ ๆ นะเพ็ชคง ๆ นะเพ็ชรทน ๆ นะประสิทธิเมสวาโหม ฯ …สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปดูายละเอียดไดที่ @ nakhonsi หรือสอบถามได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 075-342621,นายมีเกียรติ อ้นทอง โทร.094-5399619,เฉลิม จิตรมาศ โทร.081-5579542,ตนัญ อินมุสิก 062-0495119.

ภาพ/คลิป/ศูนย์นคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/เอก ลิกอร์