ข่าวประชาสัมพนธ์ » เมืองคอนเฮไฟไหม้ป่าพรุมอดดับเกือบหมดแล้ว!!!สส.พปชร.ลงลุยพื้นที่ชี้ทางแก้ถาวรขุดร่องส่งน้ำสูบเติมเพิ่มระดับล่วงหน้า

เมืองคอนเฮไฟไหม้ป่าพรุมอดดับเกือบหมดแล้ว!!!สส.พปชร.ลงลุยพื้นที่ชี้ทางแก้ถาวรขุดร่องส่งน้ำสูบเติมเพิ่มระดับล่วงหน้า

12 สิงหาคม 2019
309   0

เมืองคอนเฮไฟไหม้ป่าพรุมอดดับเกือบหมดแล้ว!!!สส.พปชร.ลงลุยพื้นที่ชี้ทางแก้ถาวรขุดร่องส่งน้ำสูบเติมเพิ่มระดับล่วงหน้า-ธารน้ำใจบริจาคเงินสร้างบ้านเหยื่อไฟไหม้


(12 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่กองอำนวยการควบคุมไฟป่า ป่าพรุควนเคร็ง ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมราชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปฏิบัติการและประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง และตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบนโยบายในการเข้าดำเนินการดับไฟของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนโดยกำชับให้มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ประสานงานกับทุกฝ่าย เนื่องจากในขณะนี้มีการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพและยุติสถานการณ์ในเร็ววัน นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับนายอำเภอในพื้นที่เพื่อใช้อำนาจตามตำแหน่งหน้าที่ และกำหนดมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการเกิดไฟป่าและการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าพรุอย่างใกล้ชิด
ทางด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เชิญนายอำเภอในพื้นที่ 5 อำเภอที่เกิดไฟไห้ป่าพรุควนเคร็ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อสรุปผลเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟไหม้ปาพรุ ซึ่งผลการประชุมสรุปว่าในขณะนี้ไฟไหม้ป่าพรุได้ดับจนเกือบหมดแล้วเหลือเพียงในพื้นที่ ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ และ ต.เคร็ง ในจุดที่เป็นเขตรอยต่อกับทะเลน้อย จ.พัทลุงเท่านั้น ในขณะเดียวกันทางพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบหมายให้ รศ.ดร.รงค์ บุญสวนขวัญ ส.ส.เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์พร้อมเก็บข้อมูลในด้านต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นฐานขอมูลในการหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรต่อไป
โดยด รศ.ดร.รงค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากรมลประทานที่ 15 ได้เดินทางไปยังพื้นที่ ต.การะเกิด ซึ่งเป็นจุดที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรงเกษตรและสหกรณ์ขออนุญาติทางกรมป่าไม้ และสั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 15 เครืองจักรกลทำการขุดร่องส่งน้ำเข้าไปในเขตป่าพรุควนเคร็งระยะทางยาว 3 กม. โดยทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 18 สูบน้ำส่งผ่านท่อขนาด 18 นิ้วใส่ในร่องส่งน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องกนมา 15 วันส่งผลให้น้ำในป่าพรุควนเคร็งมีระดับเพิ่มมากขึ้นแก้ปัญหาไฟลุกลามใต้ดินได้เป็นอย่างดี ทำให้การลุกลามลดน้อยลง ประกอบกับกองทัพภาคได้ใช้เฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้าไปปล่อยดับไฟในจุดที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดับไฟได้ยากอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งลดน้อยลงจนเหลือเพียง 2 จุด ในพื้นที่ ต.การะเกด 1 จุด และ ต.เคร็ง เขตรอยต่อทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งปฏิบัติการดับไฟไหม้ป่าพรุใน 2 จุดที่เหลืออย่างเร่งด่วน ประกอบกับในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดในตกหนักในพื้นที่ป่าพรควนเคร็งเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ป่าพรุควนเคร็งชุ๋มน้ำมากขึ้นคาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งให้ดับทุกจุดได้ภายในวันสองวันนี้ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเฝ่าระวังในจุดที่ยังคุกรุ่นจะมีควันสีขาวลอยฟุ้งกระจายซึ่งบ่งบอกว่ายังมีไฟไหม้อยู่ในชั้นใต้ดิน
รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่า โดยสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถาวรเกี่ยวกับไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งทั้งจากการตรวจสอบการปฏิบัติการในเชิงประจักษ์ และผลสรุปการศึกษาวิจับของนักวิชาการ พบว่าการแก้ปัญหาอย่างถาวรคอการเพิ่มระดับน้ำในพื้นที่ป่าพรุให้อยู่ในระดับ 30-50 ซ.ม. โดยการปิดเปิดคลองส่งน้ำชะอวด-แพรกเมือง จะส่งผลประทบโดยตรงต่อระด้ำในป่าพรุควนเคร็ง ดังนั้นทางกรมชลประทานจะต้องพิจารณาการเปิดประตูระบายน้ำลงทะเลในช่วงหน้าฝนอย่างละเอียดรอบคอบโดยจะไม่เปิดประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมมากจนเกินไป และหากพบว่าปีใดที่ฝนทิ้งช่วงยาวจนส่งผลต่อระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็ง ทางกระทรวงเกษตร ฯจะต้องประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานระดับกรม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขออนุญาติขุดร่องส่งน้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งในจุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มปริมาณหรือระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็งให้อยู่ในระดับที่กำหนด 30-50 ซ.ม. ก็จะสามารถลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่าพรุในแต่ละปีได้ และหากเกิดไฟไหม้ก็จะไม่รุนแรง การปฏิบัติการดับไฟก็ไม่ยากนัก วิธีการนี้จะสามารถแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งได้อย่างถาวรอย่างแน่นอน
ทางด้านนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทางสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช รับผิดชอบในการระดมเงินบริจาคทำการก่อสร้างบ้านให้ครอบครัวของนายบุญรินทร์ บุญทอง อายุ 65ปีและนางหนูลาภ บุญทอง อายุ 62 ปี สองสามีภรรยาที่ถูกไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งลุกลามไหม้บ้านจนเสียหายทั้งหลัง โดยจากการร่วมหารือกับพันเอกภัทรชัย แทนขำ รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 4/ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 4 สรุปว่าในการก่อสร้างบ้านให้ครอบครัวนี้จะใช้เงินประมาณ 150,000 บาทและจะใช้แรงงานจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 4 เป็นแรงงานก่อสร้างบ้านตามแบบที่กำหนดคล้ายกับบ้านที่ทางสมาคมสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสร้างให้กับคุณทวดวิ่ง คงแค้วภัย คุณทวด 5 แผ่นดินที่พิการตาบอด ใน ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จมีกำหนดพิธีส่งมอบบ้านให้คุณทวด 5 แผ่นดินในวันที่ 16 ส.ค. 2562 โดย พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน นายทหารประจำฝ่ายที่ประทับกองกิจการในพระองค์ จะเดินทางมาเป็นประธานพร้อมอัญเชิญสิ่งของพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมามอบให้คุณทวดวิ่ง คงแคล้วภัย ด้วย
ซึ่งในขณะนี้มีผู้ใจบุญจากทั่วประเทศบริจาคเงินโดนโอนเข้าบัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช แล้วกว่า 15,000 บาท โดยผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินโดยโอนผ่านบัญชีพ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อบัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช หมายเลขบัญชี 389-0-09343-4 หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 081-6761299 หรือ 082-3333-139 นายยุทธนา กล่าวย้ำ.


ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
12ส.ค. 2562