ข่าวด่วนเมืองคอน » แฉสิ้นไส้!!ชาวปากพนัง 2 ตำบลตั้งโต๊ะขอรับบริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายบุกกรุงพบ “บิ๊กตู่-นายหัวชวน” -เผยสุดทนไร้การช่วยเหลือหลังประสบภัยพายุปาบึก

แฉสิ้นไส้!!ชาวปากพนัง 2 ตำบลตั้งโต๊ะขอรับบริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายบุกกรุงพบ “บิ๊กตู่-นายหัวชวน” -เผยสุดทนไร้การช่วยเหลือหลังประสบภัยพายุปาบึก

3 กรกฎาคม 2019
371   0

แฉสิ้นไส้!!ชาวปากพนัง 2 ตำบลตั้งโต๊ะขอรับบริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายบุกกรุงพบ “บิ๊กตู่-นายหัวชวน” -เผยสุดทนไร้การช่วยเหลือหลังประสบภัยพายุปาบึก


(4 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวายงานว่าที่ห้องประชุมโรงเรียนบัดดารุลมุอมีนีน (บ้านท้องโกงกาง) หมู่ 4 .ปากพนังฝั่งตะวัตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีตัวแทนประชาชนจาก 2 ตำบลของ อ.ปกาพนัง จ.นครศรีธรรมราช ประกอบด้วย ต.ปากพนังฝั่งตะวนตก และ ต.แหลมตะลุมพุก รวมประมณ 60 คนเรียกร้องขอความเป็นธรรม และหารือถึงการเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่สำนักยกรัฐมนตรี และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร กรณีที่ราษฎรนับพันคนจาก 2 ตำบลดังกล่าว ได้รับความความเสียหายจากพายุปาบึก เมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบและคำสั่งทางราชการแต่อย่างใด แม้จะเคยรวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรมและขอความช่วยเหลือในระดับอำเภอและจังหวัดนครศรีธรรมราชมาหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหาย
โดยมีแกนนำจาก ต.ปากพนังฝั่งตะวันตกประกอบด้วย นายรอหมีน บินยะเต๊ะ นายมาโนช ดวงดี นายราชันย์ รอดบูรณ์ นางอารมณ์ ศรีทองมาศ และตัวแทนจาก ต.แหลมตะลุมพุก ประกอบด้วย นางดวงพร บุญรอด และนางสายชล สุวรรณโน บ้านเลขที่ 93 หมู่ 1 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้ตั้งตู้ขอรับเงินบริจาคเป็นค่ารถโดยสารและค่าใช้จ่ายนเบื้องต้น ให้นายรอหมีน บินยะเต๊ะ บ้านเลขที่ 85/5 ม.4 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และนายมาโนช ดวงดี เป็นแกนนำชาวบ้าน 2 ตำบลเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา โดยจะรอให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะกำหนดวันเดินทางที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เรื่องนี้ทางราษฏรที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุปาบึก ได้ร่วมตัวเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวนที่ 14 ม.ค.2562 เพราะหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ไม่สนใจลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านผู้ประสบภัย รวมทั้งสำรวจและรับแจ้งรับสินที่ได้รับความเสียหายจากฤทธิ์พายุปาบึก โดยฤทธิ์พายุปาบึกที่ถล่มพื้นที่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ชาวบ้านหลายครอบครัวบ้านพังทั้งหลัง พังเสียหายบางส่วน ทรัพย์สินภายบ้านเสียหายยับเยิน บางรายเหลือแต่ตัว เรือประมง เครื่องมือประมงเสียหายจำนวนมาก แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าลงไปดูแลเยี่ยมเยียนหรือตรวจสอบความเสียหายของชาวบ้านเลย
ในขณะที่ชาวบ้านได้ติดตามข่าวการสั่งการตั้งแต่ระดับรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางลงมาตรวจเยี่ยมกำชับสั่งการด้วยตัวเองถึงในพื้นที่ อ.ปากพนัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระทรวง ทบวงกรม ได้ประกาศระเบียบขั้นตอนการช่วยเหลืออย่างละเอียด โดยเฉพาะนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเกรียงศักดิ์ รักษศรีทอง นายอำเภอปากพนัง ลงพื้นที่ดูแลประชาชนเกือบตลอด 24 ชม. แต่ในส่วนของหน่วยงานในระดับท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต.ของและพื้นที่ที่ได้รับคำสั่งให้เป็นหน่วยงานหลักในระดับพื้นที่ให้ลงสำรวจตรวจสอบ เก็บข้อมูลความเสียหายของประชาชนส่งให้อำเภอจังหวัด และรัฐบาลกลับไม่สนปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่เคยลงพื้นที่ตรวจสอบ หรือรับแจ้งเหตุความเสียหายใด ๆ เลย โดยเฉพาะ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก ซึ่งในปัจจุบันไม่มีนายก อบต.แต่มีปลัด อบต.รักษาการนายก ฯ กลับนิ่งเฉยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ในกรณีของ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก นายมาโนช กล่าวอีกว่านายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ นายปราโมย์ ศรีวิสุทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายเกรียงศักดิ์ รักษ์ศรีทอง นายอำเภอปากพนัง งพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบว่า จ.ส.ต.สุนทร มณีฉาย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก ไม่ยอมดำเนินการใด ๆ ตามคำสั่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้นายเกียงศักดิ์ มีคำสั่งให้จัดเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมรับแจ้งความเสียหาย แต่ จ.ส.ต.สุนทร มณีฉาย กลับดื้อแพ่งไม่ยอมดำเนินการจนชาวบ้านทนไม่ไหวรวมตัวประท้วง) ดังกล่าว นายจำเริญ จึงมีคำสั่งให้นายปราโมย์ ศรีวิสุทธิ์ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมให้ จ.ส.ต.สุนทร มณีฉาย รายงานชี้แจงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบโดยด่วน พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งให้นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางลงไปพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ต่อมานายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ได้เชิญนายตระกูล หนูนิล ป้องกันจังหวัด นายอุดมพร กาญจน์ ปภ.จังหวัด นายปราโมย์ ศรีวิสุทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือถึงมาตรการและแนวทางการขับเคลื่อนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโซนร้อนปาบึกอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วที่สุดตามนโยบายและคำส่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชุมนายอำเภอทุกอำเภอ และหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านระบบวีดีโอวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยนายเกรียงศักดิ์ รักษ์ศรีทอง นายอำเภอปากพนัง ได้เชิญ จ.ส.ต.สุนทร มณีฉาย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากพนังฝั่งตะวันตกมาร่วมรับฟังคำสั่งการและตอบคำถามผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยตัวเอง แต่ทุกอย่างก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ โดยสรุปจนถึงวันนี้ราษฎรใน 2 ตำบลนับพันครัวเรือนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือตามคำสั่งและระเบียบของราชการ
นายมาโนช ดวงดี กล่าวต่อไปอีกว่า ตนไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ใช้แนวทางหือหลักเกณฑ์ใดในทางปฏิบัติว่าชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบครอบครัวไหนได้รับหรือไม่ได้ หลายครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนบ้านพังเกือบทั้งหลังแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย บางครอบครัวได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยกลับได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ตนขอยืนยันว่าในหมู่บ้าน ตำบล ชาวบ้านจะรับทราบกันเป็นอย่างดีว่าใครได้รับความผลกระทบเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่การช่วยเหลือกลับมี 2 มาตรฐาน ชาวบ้านที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือมีความบอบซ้ำทั้งร่างกายและจิตใจสุดที่จะบรรยาย ยกตัวอย่างใน ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ที่เขาผู้นำท้องถิ่นเขากระตือรือร้นในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกสำรวจและแจ้งขอความช่วยเหลือไปกว่า 800 รายได้รับการช่วยเหลือเกือบทั้งหมด ในขณะที่ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก และ ต.แหลมตะลุมพุก กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ เฉพาะ ต.ปากพนังฝังตะวันตก แจ้งขอความช่วยเหลือไปกว่า 500 ราย เมื่อถึงระดับอำเภอพบว่าครอบครัวที่มีข้อมูลหลักฐานความเสียหายมีเพียง 8 รายส่งรายงานขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับการพิจารณาจากจังหวัดช่วยเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น
นางสายชล สุวรรณโน และ นางดวงพร บุญรอด ตัวแทนราษฏร ต.แหลมตะลุมพุก กล่าวว่า การตรวสอบของเจ้าหน้าที่สองมาตรฐานอย่างชัดเจน หลายคนที่เรือประมง พร้อมเครื่องมือประมงเสียหายไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ แต่คนที่ไม่มีเรือประมงกลับได้รับความช่วยเหลือในเรื่องประมง ชาวบ้านไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในส่วนของร้านอาหารชายทะเลแหลมตะลุมพุก ที่เป็นแค่เพิกไม้ชั่วคราวพังเสียหายกลับได้รับการช่วยเหลือสร้างบ้านใหม่ให้ 1 หลัง แต่ในส่วนของชาวบ้านจำนวนหลายครอบครัวที่บ้านพังเสียหายจริง ๆ กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือช่วยเหลือเล็กน้อย เช่น ให้กระเบื้อง 10 แผ่นซึ่งไม่สามารถปรับปรุงซ่อมแซมบ้านได้และถึงปัจจุบันเจ้าของบ้านยังไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ ทราบว่าทางราชการช่วยเหลือเรื่องวัสดุ อุปกรณ์จำนวนมากให้กับชาวบ้านที่บ้านพังเสียหาย แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย หลังเกิดเหตุงบประมาณการช่วยเหลือเข้าไปใน ต.แหลมตะลุมพุกเยอะมากจริง ๆ แต่ไม่รู้หายไปอยู่ไหนหมด ในวันนี้ใครเข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลาเพราะบ้านเรือนชาวบ้านที่พังเสียหายยังไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม ไม่สามารถเข้าอยู่อาศยได้มีอยู่อีกหลายครัวเรือน
“ในขณะที่ถุงยังชีพระยะเวลาที่เดือดร้อนนับเดือนได้รับจาก อบต.ในพื้นที่แค่ 1 ชุด โชคดีที่หน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะภาคเอกชนนำเข้าไปแกจ่ายช่วยเหลือทำให้ชาวบ้านที่ประสบภัยสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ถุงยังชีพของทางราชการเหลืออยู่จำนวนมากไม่ทราบว่าเก็บไว้ทำไม และเอาไปไหนหมดแล้ว ขนาดมีเอกชนใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1 แสนบาทผ่าน อบต.แหลมตะลุมพุก ก็ไม่ได้นำมาใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคกลับนำไปสร้างร้านอาหารให้ผู้ประกอบการร้านอาหารชายทะเล และปรับปรุงสถานที่จอดรถ ชาวแหลมตะลุมพุกได้รับผลกระทบเดือดร้อนทั้ง 700 กวาครัวเรือนแต่กลับได้รับการเยี่ยวยาช่วยเหลือแค่ปะมาณ 200 กว่าครัวเรือนเท่านั้น ถึงวนนี้พวกเราสุดที่จะทนต่อไปได้แล้ว เราพร้อมที่จะลุยขึ้นกรุงเทพ ไปมันทุกที่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม”นางสายชล สุวรรณโน และ นางดวงพร บุญรอด ร่วมกันกล่าวยืนยันในที่สุด.

 


ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
4 ก.ค. 2562