คลิปข่าว » วีดีโอ ไม่เผา 5 ศพ!!ประกาศไม่ยอมเผา 5 ศพเหยื่อตำรวจเมาซิ่งเก๋งชนดับยกครัว -ญาติดับเครื่องชนเรียกร้องความเป็นธรรมจนถึงที่สุด

วีดีโอ ไม่เผา 5 ศพ!!ประกาศไม่ยอมเผา 5 ศพเหยื่อตำรวจเมาซิ่งเก๋งชนดับยกครัว -ญาติดับเครื่องชนเรียกร้องความเป็นธรรมจนถึงที่สุด

8 พฤษภาคม 2019
1065   0

ไม่เผา 5 ศพ!!ประกาศไม่ยอมเผา 5 ศพเหยื่อตำรวจเมาซิ่งเก๋งชนดับยกครัว -ญาติดับเครื่องชนเรียกร้องความเป็นธรรมจนถึงที่สุด
จากกรณีที่รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แจ๊ส สีม่วงทะเบียน กง-9222 ตรัง พุ่งชนรถ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน 1กท-4541 นครศรีธรรมราช สภาพกลายเป็นเศษเหล็ก ก่อนรถเก๋งจะเสียหลัดพลิกคว่ำตกลงไปข้างถนนสภาพพังยับเยิน ส่วนรถคู่กรณี และในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กันมากถึง 4 ศพ ประกอบด้วย นายไชย ไชยพูล อายุ 44 ปี ด.ช.กิตติศักดิ์ ไชยบูล อายุ 3 ขวบ ด.ญ.อภิญชญา ทองรอด อายุ 11 ขวบ และ ด.ช.ธีระพงศ์ ไชยบูล อายุ 5 ขวบ ซึ่งผู้เสียชีวิต 3 ศพหลังเป็นลูก ๆ ของนายไชย ไชยพูล และทั้งอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เลขที่ 20 หมู่ 9 ต การะเกด อ เชียรใหญ่ จ นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นางสาวขวัญวิภา ดิษฐปาน อายุ 28 ปี มารดาของเด็กทั้ง 3 คน อาการสาหัส และได้ถูกนำตัวส่ง รพ.มหาราช จ.นครศรีธรรมราชในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อเวลา 21 .00 น.เมื่อคืนวันที่ 3 พ.ค.)ผ่านมา นางสาวขวัญวิภา ดิษฐปาน อายุ 28 ปี ภรราของนายไชย และมารดาของเด็กทั้ง 3 คน ที่เสียชีวิตทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายที่ รพ.มหาราช เป็นศพที่ 5
(ค 8 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุ ทางญาติ ๆ ได้ศพทั้ง 5 ศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเดียวกันเลขที่ 20 หมู่ 9 ต การะเกด อ เชียรใหญ่ จ นครศรีธรรมราช โดยนำศพบรรจุโลง 4 ใบ ใบแรกบรรจุศพนายไชย ผู้เป็นพ่อ ใบที่ 2 [รรจุสพนางสาวขวัญวิภา ผู้เป็นแม่ โลงที่ 3 บรรจุศพ ด.ญ.พิชญา ทองรอด อายุ 9 ขวบ ส่วนโลงที่ 4 บรรจุ 2 ศพคือด.ช.ธีระพงศ์ ไชยบูล อายุ 6 ขวบ และ ด.ช.กิตติศักดิ์ ไชยบูล อายุ 3 ขวบ วางเรียงรายกัน ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติ ๆโดยในแต่ละคืนมีแขกเหรื่อมาร่วมสวดพระอภิธรรมไม่มากนัก และต่างจับกุมวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยระบุตรงกันว่ารถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีม่วงทะเบียน กง-9222 ตรัง ของคู่กรณีคนขับในคืนเกิดเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด สภ.แห่งหนึ่งใน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ญาติ ๆ ของคนตายเกรงว่าคดีนี้จะไม่ได้รัยความเป็นธรรมเพราะจะทางตำรวจจะเข้าด้วยช่วยเหลือซึ่งกนและกันก็เป็นได้
ต่อมาในขณะที่ญาติ ๆ ได้เดินทางเข้าพบผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อร้องเรียนขอความช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว และเปิดเผยว่า คนขับรถเก๋งคู่กรณีเป็นตำรวจ สภ.หนึ่งใน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช และอยู่ในอาหารมึนเมา หลังเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป ถือเป็นการเมาแล้วขับและชนแล้วหลบหนี ทางญาติ ๆ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดดี เพราะคู่กรณีเป็นตำรวจ เมื่อชนแล้วหลบหนีต่อมาก็จะเข้ามอบตัวกับตำรวจ ทำให้ไม่สามารถตรวจวัดแอลกอฮอร์ในกระแสเลือดได้เพราะหายจากอาหารมึนเมาไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีผลต่อรูปคดี จึงอยากวิงวอนให้ พ.ต.ท.ชัยวุธ ศรีวิเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.วุธ วรรษาวุธ รองผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก. ให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีอย่างรงไปตรงมาเพราะญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิต 5 ศพต่างหวั่นเกรงว่าจะมีการเข้าด้วยช่วยเหลือตำรวจคู่กรณีที่เป็นคนขับรถชนตายยกครอบครัว 5 ศพ และขอให้ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ช่วยติดตามความคืบหน้าในคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ญาติ ๆ กล่าวอีกว่านายไชย และ นางสาวขวัญวิภา ดิษฐปาน สองผัวเมียมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนเกิดเหตุหลังจากเลิกงานสองผัวเมียก็กลับมาบ้านอาบน้ำแต่งตัวเพื่อพาลูก ๆ ไปร่วมงานบวชเพื่อนบ้านไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก โดยนายไชย ขับรถ จยย.มีนางสาวขวัญวิภา และลูก 2 คนนั่งซ้อนท้ายกัน 3 คน ส่วนลูกคนเล็กนั่งมาด้านหน้านายไชย ซึ่งเป็นคนขับ จนขับมาถึงบริเวณที่เกิดแหตุซึ่งถนนค่อยข้างมืด ได้มีตำรวจคู่กรณีซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาคาดว่าออกมาจากงานบวชด้วยเช่นกัน ได้ขับรถเก๋งคันเกิดเหตุมาด้วยความเร็วสูงก่อนเสียหลักพุ่งชนรถ จยย.ของนายไชย อย่างจังเป็นให้นายไชย พร้อมลูก 3 คนและเสียชีวิตยกครอบคัว 5 ศพดังกล่าว
ในเวลา 10 .00 น.วันที่ 8 พ.ค.2562 ในเฟบุ๊คของ “Suthep Manop” ได้เปิดแพร่ข้อความและภาพภายในงานบำเพ็ยกุศลศพเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ค.) การสวดพระอภิธรรมศพ..ทั้ง5ชีวิต( ยกครัว) ของคืนวันที่ 4 ที่ถูกกระชากลมหายใจออกจากร่าง..จากคน #คนหนึ่ง# ที่ขับรถชนตาย ผ่านมา 4 คืนแล้ว..เก้าอี้ที่ให้คู่กรณี ท่านมานั่งในงาน..ยังไม่ปรากฏเลย…แต่เราก็ขอบคุณ มายังทุกๆท่านในสายงานเดียวกัน กับคู่กรณี มาเป็นเจ้าภาพสวดคืนวันที่ 7 ที่ผ่านมา…แต่.ในขณะเดียวกัน..ทางญาติ จะขอสอบถามรายละเอียด..และพูดคุยเป็นการเบื้องต้น กับเหตุการณ์ครั้งนี้ในงานศพ..แต่ ๆๆๆๆ..มีคำพูดหนึ่ง..ออกมาว่า..#ไม่เหมาะสมที่จะพูดคุยและจะกลัวถูกทางญาติทำร้าย #..ในงานศพ..เพราะทางญาติกำลังโศกเศร้า..ต้องให้ทางญาติไปคุยที่โรงพัก..#และที่เจ็บปวดที่สุดคือ #..#นัดคุยวันที่จะเผา# คือวันที่ 9 พ.ค 62 นี้เป็นการ ดูถูกไม่ให้เกียรติญาติเลยหรือครับ..ท่านครับ(คู่กรณี)#ท่านลองคิดกลับกันบางสิครับ#..#ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทางท่านเป็นฝ่ายที่สูญเสีย# แล้วฝ่ายเราเป็นคู่กรณี..จะเป็นแบบนี้หรือไม..พูดได้คำเดียวว่า..##กลัวทางญาติจะทำร้าย #ทางญาติอยู่ในการเศร้า# #อยู่อาการเสียใจ####ในเมืองไทยมีแต่ประชาชนที่ฝ่ายกลัวท่าน###..ต้องกล้าพูดคุยสิครับ..เงินเดือนที่ท่านดำรงชีวิตประจำวันอยู่นั้น..ท่านทราบนะครับ มาจากไหน.. โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
นายสุเทพ มานพ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยทางน้ำมูลนิธิไต้เต็กตึ้ง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของเฟซบุ๊ค “Suthep Manop” ซึ่งเป็นญาติของครอบครัวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนและญาติ ๆ ตองวิ่งหยิบยืมเงินนอกระบบจากเพื่อนบ้านมาจัดงานบำเพ็ญกุศลทั้ง 5 ศพอย่างยากลำบาก โดยทราบว่าคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.บางนบ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้าแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว ญาติ ๆ ได้เดินทางไปขอบันทึกประจำวันเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้มาแผ่นเดียวโดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคู่กรณีเลย ตนและญาติ ๆ จึงยังไม่ทราบเลยว่าคู่กรณีที่เป็นตำรวจคือใคร ชื่ออะไร และทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดหรือไม่ และที่สำคัญงานศพผ่านมา 4 คืนแล้วทางคู่กรณีไม่ได้ติดต่อหรือเข้ามาพบเจรจากับทางญาติ ๆ เลยมีเพียงให้คนนำหมู 1 ตัว ข้าวสาร 2 กระสอบมาช่วยงานศพ และเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ค.) ทางคู่กรณีแจ้งว่าจะมาเป็นเจ้าภาพ จนเมื่อถึงเวลาสวดพระอภิธรรมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ระดับหัวหน้า สภ.บางนบ และ จาก สภ.หัวไทร เกือบ 40 คนเดินทางมาร่วมงานศพ แต่ก็ไม่เปิดเผยว่าตำรวจคู่กรณีคือใคร คนไหน เมื่อเสร็จจากสวดพระอภิธรรมศพ ตนและญาติ ๆ เข้าไปสอบถามเพื่อขอเจรจาเบื้องต้น แต่กลับถูกปฏิเสธอ้างว่ากลัวถูกญาติ ๆ และประชาชนที่อยู่ในงานทำรุมทำร้าย และนัดให้ตัวแทนครอบครัวคนตายไปพบเพื่อเจรจาต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 9 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการกำหนดฌาปนกิจศพทั้ง 5 ศพ
“ตนและญาติ ๆ ต่างรู้สึกว่าคู่กรณีไม่ได้มีความจริงใจและสำนึกในสิ่งที่ตัวเองกระทำจนมีผู้สังเวยชีวิตมากถึง 5 ศพยกครัว การมาเป็นเจ้าภาพก็ยกกำลังตำรวจมาร่วมงานศพชนิดยกโรงพักมาเลยก็ว่าได้ แต่กลับไม่เปิดเผยตัวตำรวจคู่กรณี เราจึงไม่รู้ว่าคนขับรถเก๋งชนเป็นใคร ตนและญาติ ๆ รู้สึกเหมือนการมากดดันตนและญาติ ๆ มากกว่าที่จะมาร่วมงานศพด้วยความสำนึกและจริงใจ อีกทั้งนายตำรวจระดับสูงพูดจาไม่ให้เกียรติคนตายและญาติ ๆ อาทิ ไม่ขอเจรจาในงานศพอ้างว่ากลัวถูกญาติ ๆ และประชาชนที่อาจจะยังโกรธแค้นรุมทำร้าย ตนและญาติ ๆ จะรุมทำร้ายได้อย่างไรเพราะไม่รู้ว่าตำรวจที่มาทั้งหมดคนไหนคือคนขับรถชนตายยกครัว 5 ศพ และยังบอกย้ำให้ตัวแทนคนตายไปพบเพื่อเจรจากันที่โรงพักหัวไทร ในวันที่ ต พ.ค. ซึ่งตรงกับกำหนดเผาศพทั้ง 5 ศพ และยังย้ำว่าคนที่จะไปร่วมเจราจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร มันจะอะไรกันนักหนาตนและญาติ ๆ รับรู้ได้เลยว่าเป็นแค่ความพยายามบีบคัน กดดันทางญาติฝ่ายคนตายมากกว่าที่จะจริงใจแสดงความรับผิดชอบ”
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตนและญาติ ๆ ได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่าคดีนี้มีกระบนการวิ่งเต้นเพื่อช่วยเหลือตำรวจคนที่ขับรถชนคนตายยกครัว 5 ศพ เราเป็นประชาชนตาดำ ๆ ที่ต้องสูญเสียชีวิตและลมหายใจของญาติไปรอดเดียวถึง 5 ศพ กำลังเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม จึงต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ตนขอกราบเรียนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ผู้กำกับหัวหน้าสถานีหัวไทร ท้องที่เกิดเหตุ และหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรบางนบ อ.หัวไทร ที่ตำรวจคนขับรถเก๋งชนตายยกครัว 5 ศพ ขอให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา หากมีกระบวนการที่พยายามจะเข้าด้วยช่วยเหลือตำรวจคนขับรถชนตายยกครัว 5 ศพเรื่องนี้ยาวแน่นอน ตนและญาติ ๆ จะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ 5 ชีวิตที่จากไปจนถึงที่สุด ในเบื้องต้นญาติ ๆ ตกลงกันว่าจะยังไม่เผาศพทั้ง 5 ศพตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยจะเก็บไว้จนกว่าจะรัยความเป็นธรรมและได้รับการชดเชยค่าชีวิต 5 ศพอย่างสมควรแก่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสุดท้ายอยากจะวิงวอนนักกฎหมายและสื่อมวลชนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
8 พ.ค. 2561