ข่าวด่วนเมืองคอน » อธิการบดี ม.ราชภัฎเมืองคอนชี้แจงกรณี ป.ป.ช.สอบทุจริตเบิกงบประมาณซ้ำซ้อน 2 โครงการปีงบประมาณ 2559

อธิการบดี ม.ราชภัฎเมืองคอนชี้แจงกรณี ป.ป.ช.สอบทุจริตเบิกงบประมาณซ้ำซ้อน 2 โครงการปีงบประมาณ 2559

3 กุมภาพันธ์ 2019
327   0

อธิการบดี ม.ราชภัฎเมืองคอนชี้แจงกรณี ป.ป.ช.สอบทุจริตเบิกงบประมาณซ้ำซ้อน 2 โครงการปีงบประมาณ 2559


เปิดคลิปอธิการบดี ม.ราชภัฎเมืองคอนชี้แจงกรณี ป.ป.ช.สอบทุจริตโกงเบิกงบประมาณซ้ำซ้อน 2 โครงการปีงบประมาณ 2559-เผยจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร 3 วันทั้ง ๆ ที่มาบรรยายวันเดียวและจัดโครงการครั้งเดียวแต่กลับใช้เอกสาร หลักฐานเดียวกันเบิกงบประมาณจาก 2 แห่งหรือ 2 ครั้ง
จากกรณีที่นายจีรทีปต์ โชติสกุล ผู้อำนวยสำนักวาน ป.ป.ช.จังหวัดนครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จำนวน 4 คนเดินทางไปขอพบ ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เพื่อส่งเอกสารกรณี ป.ป.ช.ได้รับการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยส่งเอกสาร 2 ฉบับ ลงวนที่ 31 มกราคม 2561 ฉบับแรกเลขที่ ปช.0040 (นศ.)/0064 และ เลขที่ ปช.0040(นศ.)/0064 ทั้ง2 ฉบับระบุ เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริง ขอเอกสารหลักฐานและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปให้ถ้อยคำ ในวันที่ 14 ก.พ.2562 และ วันที่ 15 ก.พ.2562 จนมีการวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(2 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวได้รับความสนใจจากประชาชนและคนในแวดวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง เนื่องจากในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมามีกระแสการเล่าลือวิพากวิจารณ์ถึงการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมโครงการจ่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชอย่างไม่โปร่งใส ส่อการทุจริตแต่ไม่มีการมีการตรวจสอบหรือร้องเรียนให้หน่วยงานหรือองค์กรตรวจสอบเข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงใด ๆ และยังมีการวิพากวิจารณ์ถึงการบริหารงานเกี่ยวกับทางวิชาการ การเรียนการสอน การปลูกฝั่งคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักศึกษามีคุณภาพต่ำลงกว่าในช่วงก่อน ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ยังเป็นวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช โดยระยะหลัง ๆ มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระเบียบวินัยและความประพฤติของนักศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาท ปัญหายาเสพติด และอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและความสงบเรียบร้อยในภาพรวมไม่น้อย จนหลาย ๆ ฝ่ายรู้สึกเป็นห่วงและเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้กับมามีคุณภาพในทุก ๆ ด้านเป็นที่น่าเชื่อถือของสังคมเหมือนในอดีตอีกครั้ง
ในขณะที่ผู้ปกครองนักศึกษาคนหนึ่ง กล่าวว่า ตนเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโทรที่สถาบันแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถาบันที่ชาวนครศรีธรรมราชและภาคใต้ภาคภูมิใจ ในปัจจุบันบุตรชายของเรียนในสถาบันแห่งนี้ แต่บุตรชายจะไม่เกเร ขยันเรียนแต่ตนก็อดเป็นห่วงได้เพราะมหาวิทยาลัยเริ่มมีปัญหาในหลายๆ โดยเฉพาะผู้บริหาร และอาจารย์ผู้สอนรวมทั้งบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่ไม่เข้มงวดกวดขันเหมือนในอดีตมาหลายปีแล้วและส่งผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน คุณภาพของบัณฑิตที่จบออกไป ที่สำคัญเรื่องระเบียบวินัย ความประพฤติของนักศึกษาระหว่างที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย 4 ปี รวมทั้งที่จบการศึกษาออกไป เมื่อมีการสรรหาอธิการครั้งล่าสุดได้ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561– ปัจจุบัน ตนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับความพยายามที่จะพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยของนักศึกษา จนกระทั้งมีกลุ่มนักศึกรับไม่ได้อ้างว่าอธิการลุแก่อำนาจ รวมตัวประท้วงและยื่นข้อเรียกร้อง 13 ข้อให้สภามหาวิทยาลัย ฯดำเนินการกับอธิการพร้อมพร้อมเรียกร้องให้อธิการบดีลาออก
“โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวใด ๆ ในเชิงของการเคลื่อนไหวขับไล่ครูบาอาจารย์ของตัวเอง ในอดีตครูบาอาจารย์คือบุคคลที่ลูกศิษย์จะต้องเคารพ เชื่อคำสั่งสอน และตนได้ดูจากปัญหาที่เกิดขึ้นจนนำมาสู่การรวมตัวประท้วง เช่น การปรับปรุงเรื่องวับการจราจร การขอดรถในที่ห้ามจอด การระงับสัญญาณ wifi ในบางช่วงเวลา และอื่น ๆ และน่าจะเกิดประโยชน์กับนักศึกษามากกว่าที่จะเกิดความเสียหายด้วยซ้ำ ซึ่งไม่มีเรื่องร้ายแรงที่ถึงขั้นนักศึกษาจะต้องรวมตัวขับไล่ โดยหากมีเรื่องการทุจริตโกงกิน หรือความประพฤติผิดศีลธรรม ที่เป็นการกระทำที่ในวงการข้าราชการเรียกว่า “ประพฤติชั่วร้ายแรง” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนจึงอยากเตือนสติลูก ๆ หลาน ๆ เรากำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน เมื่อจบออกไปเชื่อว่าไม่สารถเอาบทบาทการเป็นแกนนำประท้วงขับไล่ครูบาอาจารย์ตัวเองไปเสนอเป็นความสามารถพิเศษว่าตอนที่ยังเรียนอยู่เคยเป็นแกนนำประท้วงขับไล่ครูบาอาจารย์เพื่อสอบแข่งขันเข้าทำงานทำการได้ และไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดเขากล้ารับคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้เข้าทำงานในหน่วยงานหรือองค์กรของเขาแน่ คิดทบทวนให้ดีอย่าตกเป็นเครื่องมือของบุคคลที่เสียผลประโยชน์บางคนบางกลุ่มเลย”
ส่วนอดีตอาจารย์ทางกฎหมายของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งเกษียณอายุราชการมาได้ไม่นาน กล่าวว่า เรื่องความประพฤติ และการมีระเบียบวินัยควรจะได้รับการอบรมสั่งสอนและปลูกฝั่งมาตั้งแต่อยู่ในสถานศึกษา สังคมที่วุ่นวาย ปั่นป่วนทุกวันนี้เพราะคนในสังคมขาดระเบียบวินัย ถือเรื่องสิทธิเสรีภาพจนเกินขอบเขต สมัยที่ตนยังสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์นักศึกษาเข้าเรียนในสาขาวิชานิติศาสตร์ ตนไม่ถามเด็กมากมายแค่ถามว่าเดินทางมาสอบด้วยยานพาหนะชนิดใด ซึ่งมีเด็กจำนวนเกินกว่าครึ่งจะตอบว่าขับรถ จยย. หรือรถยนต์มาเอง ตนก็จะถามว่ามีใบขับขี่แล้วหรือยัง ส่วนใหญ่จะตอบว่ายังไม่มี โดยคนที่ขับขี่รถมาเองแต่ไม่มีใบขับขี่ทุกรายจะสอบตกสัมภาษณ์ เพราะเขาจะเริ่มเข้ามาเป็นนักศึกษาวิชากฎหมายและต้องออกไปวิชานี้รับใช้สังคม แต่เริ่มต้นเขาก็ทำผิดเสียเองแล้วจะออกไปแนะนำ หรือช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีคุณภาพได้อย่างไร ตนจึงเห็นด้วยกับการที่อธิการบดีท่านนี้ให้ความสำคัญกับคามประพฤติและเรียบวินัยของนักศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้บริหารชุดเก่าบางคนทั้งที่เป็นบุคลากรในมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอกโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลการนำเสนอข่าวของศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช โดยอ้างว่าการนำเสนอข่าวจะเข้าทางที่เป็นประโยชน์กับอธิการบดีได้ เพราะที่ผ่านมานักศึกษาได้รวมตัวกันประท้วงขับไล่อธิการบดี ซึ่งจะมีการประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาข้อเสนอและเรียกร้องของนักศึกษา 13 ข้อ ในขณะที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าว นคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า เรื่องเรื่องการรวมตัวของนักศึกษาประท้วงขับไล่อธิการบดีกับเรื่องที่ ป.ป.ช.ลงตรวจสอบการทุจริตในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่ว่าเมื่อมีการรวมตัวประท้วงกันในมหิทยาลัยแล้วทาง ป.ป.ช.เขาลงมาตรวจสอบตรวจทุจริตจะไม่สามารถนำเสนอข่าวอะไรได้อีก มันไม่เกี่ยวข้อกันเลย และทุกอย่างก็ว่าไปตามขั้นตอนและกระบวยการตามกฎหมาย เรื่องการตรวจสอบของ ป.ป.ช.หากผู้รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นใครมีพยานนำหลักฐานเอกสารก็นำไปมอบขี้แจงกับทาง ป.ช.ป.ได้ หรือไปให้ถ้อยคำกับ ป.ป.ช.ได้โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะเป็นคนวินิจฉัยชี้มูลเองว่าผิดหรือไม่ผิด ทุจริตหรือโกงหรือไม่โกง หากไม่โกงก็ไม่เห็นจะมีอะไรนากลัวหรือเป็นกังวล แต่หากสอบพบว่าผิดก็ต้องโดน ป.ป.ช.เล่นงานไปตามกระบนการกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีนักศึกษารวมตัวประท้วงขับไล่อธิการ หากสภามหาวิทยาลัย ฯสอบสวนพบว่าอธิการประพฤติชั่วในวงราชการก็มีระเบียบที่สามารถดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งในวันที่นักศึกษารวมตัวประท้วงขับไล่อธิการทางศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.ก็นำเสนอข่าวเช่นกัน ทำไมมีไม่ใครก็มาโวยวายสอบถามว่าเสนอข่าทำไม่ เอาข้อมูลมาจากไหนหรือแสดงความคิดเห็นว่าข่าวจะส่งเสียต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยได้ สื่อมวลชนสังกัดศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ก็พร้อมที่จะนำเสนอข่าวไปตามข้อเท็จจริงทั้งสองเหตุการณ์อยู่แล้ว
ทางด้าน ผศ.ดร.ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวว่าตามหนังสือที่ทาง ป.ป.ช.เข้าพบตนและยื่นหนังสื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบทุจริตตามที่ ป.ป.ช.ได้รับการร้องเรียนในเป็นหนังสือ 2 ฉบับ ในฉบับแรกฉบับแรกเลขที่ ปช.0040 (นศ.) / 0064 ลงวันที่ 31 มกราคม 2562 กรณีการการดำเนินการโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2559 และแผนพัฒนาบุคลากร ซึ่งทาง ป.ป.ช.ได้ขอทราบถึงวิธีการและขั้นตอนในการดำเนินการโครงการรวมทั้งการจัดซื้อและจัดจ้าง ซึ่งเท่าที่ตนได้รับฟังจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทราบว่าทางคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้จัดโครงการแผนทบทวนแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2559 ขึ้น โดยดำเนินการจัดที่จังหวัดตรัง มีระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 3 วัน ซึ่งทั้งนี้ได้มีการเชิญวิทยากรมาบรรยายด้วย ประเด็นที่พบก็คือทางคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมาบรรยายจริงระยะเวลา 1 วัน แต่หลัก.ฐานของการเบิกค่าตอบแทนวิทยากรนั้นเบิกจ่ายถึง 3 วัน ประเด็นจึงอยู่ตรงนี้ที่ทาง ป.ป.ช.ต้องการขอข้อมูลเพิ่มเติมว่าข้อเท็จจริงแล้วนั้นเป็นอย่างไร
และอีกฉบับหนึ่งเป็นหนังสือของ ป.ป.ช.เลขที่ ปช.0040 (นศ.) / 0065 ลงวันที่ 31 มกราคม 2562 การดำเนินการโครงการบริการวิชาการแก่สังคมบูรณาการกับการเรียนการสอนหรือวิจัย และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2559 ประเด็นมันอยู่ที่วาทาง ป.ป.ช.ไดแจ้งให้ผู้ที่รับผิดชอบและถูกร้องว่าในการจัดกิจกรรมมีความซ้ำซ้อนกันในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ซึ่งแปลความได้ว่าได้มีการจัดกิจกรรมเพียง 1 ครั้ง แต่มีการใช้เอกสารเหล่านี้ไปเบิกจ่ายงบประมาณจาก 2 แหล่งหรือ 2 ครั้ง ป.ป.ช.ก็เลยขอทราบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวมันเป็นการเบิกซ้ำซ้อนกันเป็นโครงการเดียวกัน พื้นที่เดี่ยวกัน กลุ่มเป้าหมายเดียวกันและนำไปเบิกจ่ายทั้งสองงบประมาณนั้นจริง ๆ หรือไม่ โดยเท่าที่ตนได้นั่งฟังทั้งสองฉบับก็มีประมาณนี้ที่ ป.ป.ช.ได้สอบถามข้อมูล ข้อเท็จจริงในวันนั้น ซึ่งทางท่านอดีตคณะบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้เชิญท่านคณะบดีพร้อมรองคณะบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมคนปัจจุบันมาร่วมรับฟังและให้ข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้และทั้งนั้นก็จะทีการแนบเอกสารหลักฐานให้ทาง ป.ป.ช.ตามที่ ป.ป.ช.ได้ร้องขอต่อไป
ส่วนกรณีที่กลุ่มนักศึกษารวมตัวประท้วงอธิการบดีนั้น เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นำโดย ผศ.ดร. ฆนัท ธาตุทอง อธิการบดี จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจนักศึกษา ตามบันทึกข้อความที่ ว. 015/2562 เรื่องการลุแก่อำนาจของอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุมนิลพยัคฆ์ ชั้น 1 สำนักงานอธิการบดี โดยผลประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำนักศึกษาบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ โดยมหาวิทยาลัยได้ลำดับเหตุการณ์ ที่มา ที่ไป เหตุผลความจำเป็น ข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงให้สภานักศึกษา องค์การนักศึกษา และสโมสรนักศึกษา รับทราบทั้ง 13 ประเด็น จากนั้น ได้ให้ผู้นำนักศึกษาซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติม จนกระทั่งเข้าใจกันดีทุกฝ่าย. จึงได้เรียนเชิญท่านสมบูรณ์ สว่างวรชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ให้โอวาทกับทุกฝ่ายก่อนปิดการประชุมเวลา 16.45 น.