ข่าวด่วนเมืองคอน » เปิดปมเด็ดชีพ ขาใหญ่เมืองคอน วัฒน์ปากลง เมื่อตอนเดือนที่ผ่านมา จนวันนี้ยังไม่สามารถปิดคดีได้เรียบร้อยและเปิดหน้ามือปืนได้อย่างชัดเจน

เปิดปมเด็ดชีพ ขาใหญ่เมืองคอน วัฒน์ปากลง เมื่อตอนเดือนที่ผ่านมา จนวันนี้ยังไม่สามารถปิดคดีได้เรียบร้อยและเปิดหน้ามือปืนได้อย่างชัดเจน

17 ตุลาคม 2018
4948   0

เปิดปมเด็ดชีพ ขาใหญ่เมืองคอน วัฒน์ปากลง เมื่อตอนเดือนที่ผ่านมา จนวันนี้ยังไม่สามารถปิดคดีได้เรียบร้อยและเปิดหน้ามือปืนได้อย่างชัดเจน

สืบเนืองจาก( 6 ตุลาคม 61) เมื่อเวลา 20.00 น. ทาง สภ.นบพิตำได้รับแจ้งผ่านศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดนครศรีธรามราช มีเหตุยิงกันตายในบ้านปากลง ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ นครศรีธรรมราช ทาง สภ.นบพิตำนำโดย พ.ต.อ.วีรชาติ คูหามุก ผกก.สภ.นบพิตำ สั่งการพร้อม ร.ต.อ.ชำนาญ พรหมเรือง และ ร.ต.ต.สุภร เที่ยวแสวง หัวหน้าป้อมกรุงชิงเข้าพื้นที่เกิดเหตุ พบ นายวัชรินทร์  หมวดคง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 5 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ นครศรีธรรมราช ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด ล้มตัวลงทับมอเตอร์ไซค์คู่ใจสีแดงทันที และซ้ำอีก 2 นัดเข้าลำคอและลำตัว โดยมือปืนมาด้วยกัน 3 คน ใช้มอเตอร์ไซค์ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อในการหลับหนีในช่วงของความมืดในเวลานั่น

ในที่เกิดเหตุ เป็นชุมชนหมู่ที่ 5 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ นครศรีธรรมราช บริเวณตรงข้ามโรงเรียนบ้านปากลง ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนใจกลางตลาดบ้านปากลง เป็นช่วงที่หลายๆคนออกมาชื้อหาอะไรไปรับประทาน เช่นเดียวกับนาย วัชรินทน์ หรือ นายวัฒน์ที่เป็นชื่อเล่นที่ใครๆรู้จัก ขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดหน้าร้านน้ำชาโดยยังไม่ดับเครื่องมอเตอร์ไซค์ซึ่งอยู่ติดขอบถนนพอดี โดยที่นายวัฒน์ไม่ได้รู้ตัวหรือได้ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ก็ถูกยิงพอดี ด้วยความแรงของคมกระสูนปืนที่ทางเจ้าหน้าที่พยายามหาหลักฐานในที่เกิดเหตุว่าเป็นปืนชนิดใด 38. หรือ 357.มม. เพราะไม่ทิ้งปลอกกระสูนไว้ แต่ทำให้นายวัฒน์สิ้นใจคาที่เลือดไหลนองเต็มพื้นดิน ตะแคงใส่รถเข็นของแม่ค้าที่จอดอยู่หน้าร้านน้ำชาในที่เกิดเหตุส่วนในร้านน้ำชาใกล้ๆก็มีคนนั่งกันอยู่หลายคน ซึ่งในขณะที่เสียงปืนดังทุกคนก็สามารถเห็นเหตุการณ์ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทราบภายหลังว่าปืนชนิดที่ใช้สังหารครั้งนี้เป็น .357 มม.เป็นปืนไม่มีทะเบียนเป็นอาวุธของกลุ่มมือปืนเจ้าของต้นเรื่อง

ปมในการสังหาร วัฒน์ปากลงครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทับซ้อนอะไรมากมายเหมือนคดีล้อมสังหารนักการเมืองก่อนๆหรือแกนนำประท้วงในพื้นที่นบพิตำที่ผ่านมา จึงเป็นที่รู้กันในวงนักเลงท้องถิ่นเป็นอย่างดี แม้แต่ทีมงานวัฒน์ปากลงเองก็รู้ดีในเรื่องสาเหตุการตายครั้งนี้ของลูกพี่ จึงประกาศออกมาชัดเจนกลางงานศพว่า ลูกพี่ไม่ตายเปล่า จะต้องมีศพต่อไปอย่างแน่นอน ให้จากเผาศพวัฒน์ปากลง เป็นที่เรียบร้อย มีการเคลื่อนไหวใต้ดินอย่างเงียบๆ อาวุธพร้อม คนพร้อม ออกตามล่าหามือปืนสังหารวัฒน์ปากลง

จากแหล่งข่าวในเชิงลึกข้อนข้างที่จะชัดเจนมากขึ้น ปมการสังหารวัฒนปากลงครั้งนี้มาจากเรื่องเก่าเพื่อนรักหักเหลียมในอดีตแล้วยังเอาเมียรักมาเชยชมอีกต่างหาก เปิดฉากเริ่มจากการนัดเจรจาระหว่างนายจอ กับ นายวัฒน์ เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่นายจอ ออกจากคุกใหม่ๆ เพื่อขอเงินนายวัฒน์ในธนาคารที่ใช้หมดไปกับเมียนายจอช่วงที่นายจอติดคุก แต่นายวัฒน์กลับเฉยๆไม่สนใจกับสิ่งที่นายจอต้องการ จึงคาดว่าความแค้นที่สะสมมานานระเบิดขึ้น โดยนายจอมีการติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่อยู่ทางใต้ที่พึ่งออกจากคุกมาไม่นานเช่นกัน สบโอกาสเข้าพื้นที่นบพิตำก่อนทำงาน 5 วัน โดยมีการเตรียมการในกลุ่มเพื่อนเป็นอย่างดี มีการไปเฝ้าจับตาดูวัฒน์ปากลง ก่อนลงมือสังหารประมาณ 3 วัน แต่ระหว่างนั้นเหมือนนายวัฒน์จะรู้ตัวโดยไม่ได้ออกจากบ้านเลย สุดท้ายเพื่อนรักที่อาศัยในหมู่บ้านเดียวกันโทรให้วัฒน์ปากลง ออกมากินน้ำชาในตลาดใกล้ๆบ้าน สบโอกาสที่มือปืนรอมา 3 วันแล้ว จึงลงมือสังหารวัฒน์ปากลง จนสำเร็จด้วย .357 มม.

จากแหล่งข่าวรายงานว่า ทีมสังหารใช้มอเตอร์ไซร์ 2 คัน 3 คน ในการหลบหนี้หลังสังหารนายวัฒน์เรียบร้อย หนึ่งในนั้นมีนายจอ และนายพอและนายกอ(ชื่อย่อ)แต่นายจอไม่ได้เป็นคนลั่นไก่สังหารแต่เป็นนายพอเป็นคนลั่นไก่เด็ดชีพวัฒน์ปากลง หลังจากยิงเสร็จแล้ว ได้ใช้เส้นทางหลักในการหลบหนีเพื่อกลับมายังพื้นที่ตั้ง

แต่อย่างไรก็ตามจากการเรียกพยานหลักๆ หลายๆปากไปสอบถามข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงไปถึงมือปืนที่แท้จริงและเข้าถึงแหล่งกบดานในเร็วๆนี้ เพื่อนำตัวมาดำเนิดคดีต่อไป