ข่าวด่วนเมืองคอน » ชาวประมงเมืองคอนเฮ!!พ่อเมืองสั่งเร่งกู้ซากเรือบรรทุกแร่ล่มขวางปากอ่าวท่าศาลา-สั่งเจ้าท่า ฯวางแนวทุ่นให้ชัดเจนป้องกันเหตุเบื้องต้น

ชาวประมงเมืองคอนเฮ!!พ่อเมืองสั่งเร่งกู้ซากเรือบรรทุกแร่ล่มขวางปากอ่าวท่าศาลา-สั่งเจ้าท่า ฯวางแนวทุ่นให้ชัดเจนป้องกันเหตุเบื้องต้น

17 ตุลาคม 2018
1781   0

ชาวประมงเมืองคอนเฮ!!พ่อเมืองสั่งเร่งกู้ซากเรือบรรทุกแร่ล่มขวางปากอ่าวท่าศาลา-สั่งเจ้าท่า ฯวางแนวทุ่นให้ชัดเจนป้องกันเหตุเบื้องต้น


พ่อเมืองสั่งเร่งกู้ซากเรือบรรทุกแร่ล่มขวางปากอ่าว-กำชับเจ้าท่า ฯวางแนวทุ่นจุดเรือยักษ์ล่มให้ชัดเจนพร้อมเร่งดำเนินคดีเอาผิดเจ้าของเรือทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเฉียบขาด-ชาวบ้านแฉซ้ำอีก 1 ลำล่มก่อนปี 2560บริเวณหาดทรายแก้ว ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ผู้ประกอบการยังไม่ยอมกู้ซากออกไปเช่นกัน
จากกรณีที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงในท้องที่ หมู่ 4 และหมู่ 6 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเรือบรรทุกแร่ขนาดใหญ่ล่มปิดร่องปากน้ำท่าศาลา มาตั้งแต่ปลายปี 2560 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกู้ซากเรือให้พ้นจากร่องน้ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงที่ต้องนำเรือประมงทุกประเภทออกไปจับปลากลางทะเลอ่าวไทย เพราะเสี่ยงจะชนกับส่วนของหลังคาเรือบรรทุกแร่ที่จมอยู่ใต้น้ำโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน และที่ผ่านมาในช่วงมรสุมชาวประมงต้องรีบนำเรือกลับเข้าฝั่งเกิดอุบัติเหตุชนกับเรือบรรทุกแร่ที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำจนเรือประมงพังเสียหายมาแล้วหลายลำ ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยัง อบต.ท่าศาลา ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าศาลา และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครศรีธรรมราช แต่เวลาผ่านมาเกือบ 1 ปี กลับไม่มีหน่วยงานใด ๆรับผิดชอบแก้ปัญหาดำเนินการกู้ซากเรือบรรทุกแร่ และล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาจานครศรีธรรมราช ได้เข้แจ้งคามกับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับเจ้าของเรือแร่ลำดังกล่าวแล้ว ในขณะที่ชาวบ้านประกาศขีดเส้นตายภายในเวลา 7 วันหากยังไม่มีความคืบหน้าในการกู้ซากเรือจะรวมพลังปิดอ่าวท่าศาลาทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


(17 ต.ค.)นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้รับผิดชอบในการประติดต่อประสานงานกู้ซากเรือบรรทุกแร่ที่ล่มขวางปากอ่าวท่าศาลาซึ่งเป็นจุดที่มีเรือประมงทุกขนาดเข้าอออกวันละหลายร้อยลำ และผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้วแต่ยังปล่อยให้ซากเรือจมอยู่ใต้น้ำซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและความเสียหายแก่เรือประมงที่ต้องใช้ร่องน้ำดังกล่าว และทราบว่ามีเรือประมงพุ่งชนซากเรือบรรทุกแร่จนเรือแตกเสียหายมาแล้ว
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการกู้ซากเรือลากแร่ดังกล่าวออกจากปากอ่าวท่าศาลาโดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับเรือประมงที่จะต้องนำเรือมาจอดในช่วงฤดูมรสุมที่จะถึง นอกจากนี้ยังได้สั่งการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับบริษัทโชคหิรัญ ซึ่งเป็นเจ้าของเรือบรรทุกแร่ชื่อโชคอำนวย ที่จมลงบริเวณดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานให้เจ้าของเรือดังกล่าวดำเนินการกู้เรือที่จมภายใน 45 วัน แต่เมื่อครบกำหนดดังกล่าวปรากฏว่าเจ้าของเรือไม่ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการแต่อย่างใด ทางสำนักงานเจ้าท่า ฯจึงแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายตามความผิด มาตรา297 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2535


อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้สั่งการให้เจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดทำแนวทุ่นนำร่องที่ชัดเจนแจ้งตำแหน่งที่ซากเรือบรรทุกจมอยู่เพื่อให้เรือประมงที่สัญจรเข้า-ออกปากน้ำได้มองเห็นและระมัดระวังการเดินเรือ พร้อมตรวจสอบเพื่อให้ทุ่นนำร่องดังกล่าวมีสภาพสมบูรณ์ตลอดระยะเวลาป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการชนซากเรือบรรทุกดังกล่าว สำหรับเรือบรรทุกแร่โชคอำนวย มีขนาดตัวเรือ ความยาว 33 เมตร กว้าง 10.80 เมตร ลึก 3.60 เมตร บรรทุกแร่ออกจากท่าเรือสินหลวง เพื่อไปส่งยังเรือขนถ่ายขนาดใหญ่กลางทะเล จำนวนน้ำหนักที่บรรทุกประมาณ 600 ตัน ได้จมที่บริเวณริมฝั่งอ่าวไทย แนวเขตร่องน้ำใกล้กับทุ่นนำร่องประมาณ 200 เมตร เขตอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560
ทางด้านนายพิชัยรัตน์ แก้วกระจ่าง กล่าวว่า การเข้าออกบริเวณปากอ่าวของเรือบรรทุกแร่ผู้ประกอบการจะวิธีการลากเรือบรรทุกแร่ต่อ ๆ กันหลายลำยาวกว่า 100 เมตรปิดเต็มร่องน้ำ กีดขวางการสัญจรของเรือประมงที่นำเรือประมงเข้าออกปากอ่าวเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ผู้ประกอบการแก้ไขในจุดนี้ด้วย นอกจากนี้ทราบว่าก่อนปี 2560 เรือบรรทุกแร่ขาดเดียวกันได้โดยมรสุมจนล่มกลางทะเลบริเวณหาดทรายแก้ว ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และยังไม่ได้มีการกู้ซากเรือออกจากจุดที่ล่มเช่นกัน
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
17 ต.ค. 2561