ข่าวด่วนเมืองคอน » คนเมืองคอนตาสว่าง!!!โครงการฟลัดเวย์บรรเทาอุทกภัย ฯตามแนวพระราชดำริของจริง-หลังองคมนตรีรุดติดตามความคืบหน้า

คนเมืองคอนตาสว่าง!!!โครงการฟลัดเวย์บรรเทาอุทกภัย ฯตามแนวพระราชดำริของจริง-หลังองคมนตรีรุดติดตามความคืบหน้า

11 ตุลาคม 2018
1652   0

คนเมืองคอนตาสว่าง!!!โครงการฟลัดเวย์บรรเทาอุทกภัย ฯตามแนวพระราชดำริของจริง-หลังองคมนตรีรุดติดตามความคืบหน้า


ชาวเมืองคอนตาว่างหลังองคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช-แฉเอ็นจีโอยุยงปลุกปั่นให้ข้อมูลเท็จอ้างเป็นโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแอบอ้างเบื้องสูง


(11 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (10 ตุลาคม ) พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เดินทางมายังห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 คน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด กรม และกระทรวง และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงาน


สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ผ่านมารวมทั้งผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ได้สร้างประโยชน์สุขให้กับราษฎร ทั้งนี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยทั่วประเทศมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ กันยายน 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,741 โครงการ สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวม 912 โครงการ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจำนวน 66 โครงการ แยกตามประเภทคือ ด้านแหล่งน้ำ 53 โครงการ ,ด้านสิ่งแวดล้อม 4 โครงการ ,ด้านการส่งเสริมอาชีพ 1 โครงการ ,ด้านสวัสดิการสังคม การศึกษา 4 โครงการ และด้านบูรณาการ อื่นๆ จำนวน 4 โครงการ ซึ่งการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ยังไม่ได้ดำเนินการในเขตพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 14 โครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณแล้ว จำนวน 6 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 4 โครงการ รวมทั้งยังติดปัญหาด้านต่าง ๆ อีกจำนวน 4 โครงการ


จากนั้นผู้แทนกรมชลประทานได้รายงานสรุปผลการดำเนินงาน สภาพปัญหา ตลอดจนแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำทำนบ 1 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอร่อนพิบูลย์ ,โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ,โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในส่วนของโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชใช้ที่ดินทั้งหมด 1,670 แปลง เพื่อขุดคลองระบายน้ำ จำนวน 3 สายความยาว 18.64 กิโลเมตร ขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองวังวัว ความยาว 5.90 กิโลเมตร ขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองท่าเรือ-หัวตรุด ความยาวประมาณ 11.90 กิโลเมตร และก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำ จำนวน 7 แห่ง มีการสำรวจปักหลักเขตแล้ว 1,612 แปลง จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน 218 แปลง และจ่ายเงินค่ารื้อย้ายฯ 246 ราย มีการลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำสาย 3 สัญญาที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ส่วนสัญญาที่ 2 และ 3 คาดว่าจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2561นี้ และยังมีพื้นที่ที่ไม่สามารถดำเนินการปักหลักเขตในส่วนของคลองระบายน้ำสาย 1 (คลองผันน้ำ) ความยาว 1.3 กิโลเมตร จำนวน 58 แปลง ในท้องที่ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาถึงแนวทาง พร้อมข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนโครงการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับราษฎรต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้สอบถามข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง ฟลัดเวย์บรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีการอ้างว่าชาวบ้านรวมตัวคัดค้านโครงการนี้ โดยยังระบุว่านายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชแอบอ้างเบื้องสูง จนมีการวมตัวกันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานข้อมูลสอดคล้องกันว่าชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีการคัดค้านโครงการดังกล่าว เพียงแต่ไม่ยอมรับมูลค่าการจ่ายเงินชดเชยที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้น แต่มีกลุ่มเอ็นจีโอซึ่งเป็นนักวิชาการและคนจากต่างพื้นที่อยู่เบื้องหลังในการปลุกปั่นยุงยงชาวบ้าน มีการวางแผนและจัดทำเอกสารต่าง ๆ ให้กับชาวบ้านทั้งหมด โดยทางราชการได้รวบรวมรายชื่อกลุ่มแกนนำที่ไม่เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลังทั้งหมดไว้แล้ว หากยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวก็จะดำเนินการขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวการเดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชของพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี โดย 1 ในโครงการเร่งด่วนคือโครงการก่อสร้างฟลัดเวย์บรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งชาวบ้านได้รับข้อมูลจากกลุ่มเอ็นจีโอหรือแกนนำที่คอนยุยงปลุกปั่นอยู่เบื้องหลังให้คัดค้านโครงการโดยให้ข้อมูลว่า เป็นโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชแอบอ้างเบื้องสูงนั้นไม่เป็นความจริง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่างตาสว่างเพราะได้รับข้อมูลที่เป็นจริงว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างแท้จริงผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ได้แอบอ้างเบื้องสูงตามที่ได้รับข้อมูลจากกลุ่มเอ็นจีโอ คาดว่าชาวบ้านจะหันมาให้ความร่วมมือกับการดำเนินการในโครงการนี้ บนพื้นที่การจ่ายเงินชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอยู่ที่การพิจารณาของกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะชดเชยให้กับชาวบ้านได้อย่างพึงพอใจหรือไม่ อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าหลังจากนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (10 ต.ค.) พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และคณะได้เดินทางไปติดตามตรวจเยี่ยมและพบปะราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานวินิจฉัยเกี่ยวกับโครงการชลประทานในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2521 ความว่า “โครงการเขื่อนเก็บน้ำห้วยน้ำใส เป็นโครงการระยะยาวต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ฉะนั้นควรพิจารณาก่อสร้างฝายทดน้ำ หรือเขื่อนทดน้ำคลองไม้เสียบ (ห้วยน้ำใสตอนล่าง) พร้อมระบบส่งน้ำเร่งด่วนก่อน เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกสองฝั่งคลองไม้เสียบก็จะช่วยสนับสนุนโครงการชลประทานฝายคลองไม้เสียบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงได้เริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสในปี 2534 แล้วเสร็จในปี 2539 สามารถเก็บกักน้ำสูงสุดได้ถึง 93.60 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานได้แก่ ฝายคลองไม้เสียบ จำนวน 66,502 ไร่ นิคมสร้างตนเองควนขนุน จ.พัทลุง จำนวน 19,500 ไร่ และส่งน้ำให้กับพื้นที่รับประโยชน์บ้านควนมีชัย ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จำนวน 1,800 ไร่ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำที่สำคัญของลุ่มน้ำปากพนังด้วย


ในส่วนของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการสืบเนื่องมาจากชาวบ้านอำเภอทุ่งใหญ่ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2519 ต่อมาในปี 2523 ได้มีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเร่งด่วนเพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรในเขตอำเภอทุ่งใหญ่ให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ตลอดปี และกรมชลประทานได้มีการดำเนินการสนองพระราชดำริโดยการก่อสร้างฝายทดน้ำเสร็จเรียบร้อย แต่ยังไม่สามารถก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวได้ เนื่องจากยังมีปัญหาในการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ของการยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม บนพื้นที่ 6,420 ไร่ ของหมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 8 ตำบลกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ โดยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 3,541 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกสร้างสวนยางพารา ของการยางแห่งประเทศไทย อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก.4-01) จำนวน 2,675 ไร่ จำนวน 435 แปลง เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับผลกระทบทั้งแปลง 162 แปลง เนื้อที่ 965 ไร่ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับผลกระทบบางส่วน 173 แปลง เนื้อที่ 957 ไร่
อย่างไรก็ตามในส่วนของพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกสร้างสวนยางพารา ของการยางแห่งประเทศไทยและหมดสัญญาเช่าไปแล้ว แต่ทางการยางแห่งประเทศไทยอ้างว่าจะดำเนินการเช่าที่ดินดังกล่าวต่อและอยู่ระหว่างการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ ดังนั้นทางกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการพิจารณาทบทวนลำดับความความจำเป็นและความสำคัญว่าจะอนุญาตให้การยางแห่งประเทศไทยเช่าต่อหรือไม่ หากอนุญาตให้เช่าต่อก็จะกระทบกับการดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะจะไม่มีพื้นที่ในการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเข้าอาศัย ในทางตรงข้าหากแม้การยางแห่งประเทศไทยจะเคยเช่าพื้นที่ดังกล่าวปลูกยางพาราแต่เมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วทางกรมป่าไม้ไม่ควรให้การยางแห่งประเทศไทยเช่าต่ออีก เพื่อจะได้นำพื้นที่มาจัดสรรให้ประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างได้เข้ามาอาศัยทำกินแทน โดยในกรณีนี้อาจจะมีการนำเข้าไปสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อจะได้เงดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป


สำหรับอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ เป็นเขื่อนดินความสูงเฉลี่ย 22 เมตร ความยาว 1,557 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ จำนวน 36.575 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 880 ล้านบาท ไม่รวมค่าจ่ายชดเชยที่ดิน ผลอาสินและสิ่งปลูกสร้าง ระยะดำเนินการก่อสร้าง 4 ปี เริ่มปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 หากโครงการดังกล่าวสร้างเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อำเภอทุ่งใหญ่และพื้นที่ข้างเคียง อีกทั้งเป็นแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อการชลประทาน และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนส่งน้ำให้ฝายคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีพื้นที่ส่งน้ำเพื่อการชลประทาน จำนวน 11,200 ไร่ ในเขตตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภค ให้เขตตำบลกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ จำนวน 12,500 ไร่ ได้ และจะทำให้สามารถตั้งสถานีสูบน้ำเพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่อำเภอบางขันได้บางส่วน ตลอดจนมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการทำการเกษตร สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างสมบูรณ์ สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช