ข่าวสั้น » องคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

องคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

10 ตุลาคม 2018
579   0

องคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันนี้ (10 ตุลาคม 2561) เวลา 09.30 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เดินทางมายังห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 คน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด กรม และกระทรวง และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงาน

สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ผ่านมารวมทั้งผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ได้สร้างประโยชน์สุขให้กับราษฎร ทั้งนี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคใต้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ กันยายน 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,741 โครงการ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวม 912 โครงการ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจำนวน 66 โครงการ แยกตามประเภทคือ ด้านแหล่งน้ำ 53 โครงการ ,ด้านสิ่งแวดล้อม 4 โครงการ ,ด้านการส่งเสริมอาชีพ 1 โครงการ ,ด้านสวัสดิการสังคม การศึกษา 4 โครงการ และด้านบูรณาการ อื่นๆ จำนวน 4 โครงการ สำหรับการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ยังไม่ได้ดำเนินการในเขตพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 14 โครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณแล้ว จำนวน 6 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 4 โครงการ รวมทั้งยังติดปัญหาด้านต่างๆ อีกจำนวน 4 โครงการ จากนั้นผู้แทนกรมชลประทานได้รายงานสรุปผลการดำเนินงาน สภาพปัญหา ตลอดจนแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำทำนบ 1 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอร่อนพิบูลย์ ,โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ,โครงการวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในส่วนของโครงการดังกล่าวใช้ที่ดินทั้งหมด 1,670 แปลง เพื่อขุดคลองระบายน้ำ จำนวน 3 สายความยาว 18.64 กิโลเมตร ขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองวังวัว ความยาว 5.90 กิโลเมตร ขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองท่าเรือ-หัวตรุด ความยาวประมาณ 11.90 กิโลเมตร และก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำ จำนวน 7 แห่ง มีการสำรวจปักหลักเขตแล้ว 1,612 แปลง จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน 218 แปลง และจ่ายเงินค่ารื้อย้ายฯ 246 ราย มีการลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำสาย 3 สัญญาที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ส่วนสัญญาที่ 2 และ3 คาดว่าจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2561นี้ และยังมีพื้นที่ที่ไม่สามารถดำเนินการปักหลักเขตในส่วนของคลองระบายน้ำสาย 1 (คลองผันน้ำ) ความยาว 1.3 กิโลเมตร จำนวน 58 แปลง ในท้องที่ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาถึงแนวทาง พร้อมข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนโครงการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับราษฎรต่อไป

จากนั้นในช่วงบ่ายคณะ เดินทางไปติดตามตรวจเยี่ยมและพบปะราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานวินิจฉัยเกี่ยวกับโครงการชลประทานในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2521 ความว่า “โครงการเขื่อนเก็บน้ำห้วยน้ำใส เป็นโครงการระยะยาวต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ฉะนั้นควรพิจารณาก่อสร้างฝายทดน้ำ หรือเขื่อนทดน้ำคลองไม้เสียบ (ห้วยน้ำใสตอนล่าง) พร้อมระบบส่งน้ำเร่งด่วนก่อน เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกสองฝั่งคลองไม้เสียบก็จะช่วยสนับสนุนโครงการชลประทานฝายคลองไม้เสียบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” กรมชลประทานจึงได้เริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสในปี 2534 แล้วเสร็จในปี 2539 สามารถเก็บกักน้ำสูงสุดได้ถึง 93.60 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานได้แก่ ฝายคลองไม้เสียบ จำนวน 66,502 ไร่ นิคมสร้างตนเองควนขนุน จำนวน 19,500 ไร่ และส่งน้ำให้กับพื้นที่รับประโยชน์บ้านควนมีชัย ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จำนวน 1,800 ไร่ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำปากพนังด้วย