ข่าวด่วนเมืองคอน » เหลือเชื่อ”อิทธิฤทธิ์”ครูหมอโนราดังลุยไฟสดๆได้อย่างหายสงสัยของนักท้องเที่ยวในงานเปรตเทศกาลเดือนสิบหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

เหลือเชื่อ”อิทธิฤทธิ์”ครูหมอโนราดังลุยไฟสดๆได้อย่างหายสงสัยของนักท้องเที่ยวในงานเปรตเทศกาลเดือนสิบหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

10 ตุลาคม 2018
1616   0

สุดทึ่ง!อัศจรรย์!! “โนราลุยไฟ”เดินฝ่าเปลวเพลิง นอนเกลือกกลิ้งกลางกองไฟในงาน “นิทรรศการหุ่นเปรต”เดือนสิบเมืองคอน


ฮือฮา…แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “มโนราห์ลุยไป”ของจริงเดินฝ่าเปลวเพลิงก่อนนอนเกลือกลิ้งบนกองไปโดยร่างกายไม่ได้รับอันตรายหรือมีแผลพุพองจากเปลวไฟแม้แต่น้อย –เผยเป็นพิธีกรรมแห่งศาสตร์ครูหมอโนราช่วยรักษาโรคร้ายมาตั้งแต่สมัยโบราณ-คาดเหลือคณะเดียวในโลกพร้อมส่งต่อเยาวชนศูนย์ฝึกโนราบ้านบ่อน้ำร้อน ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
(10 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศจัดงาน”นิทรรศการประกวดหุ่นเปรต-พาเหรดเปรต”เทศกาลบุญสารทเดือนสิบ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2561 ณ.ลานตะเคียน-หน้าศาลากลางจังหวัด ระหว่างวันที่ 3 -12 ต.ค. 256 โดยในคืนที่ผ่านมา

(9 ต.ค.)นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงมินิไลต์แอนด์ซาวด์ “ตำนานเจ้าพญาศรีธรรมโศกราช” และมอบถ้วยรางวัลให้กับการแข่งขันหนังตะลุ-มโนรา ชิงงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช ส.อบจ.นครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน
โดยในเวลา 23.00 น.มีการแสดงของคณะมโนรา “พรรนุรักษ์ ศ.มณฑาศิลป์ ศิลษ์เอกของมโนราห์ “มณฑา มณฑาศิลป์” ซึ่งเป็นการรำแบบโบราณ และพิธีกรรมมโนราลุยไฟ หรือ “โนราลุยไฟ” โดยได้รับความสนใจประชาชนที่มารอชมเป็นจำนวนมาก โดยมีการศาลา หรือ “หลาครูหมอโนรา”ขึ้นเพื่อประกอบพิธีเชื้อเชิญครูหมอโนรา จากนั้นมโนราห์มณฑา มณฑาศิลป์ ทำการร่ายรำในบทของนางมโนราห์ภรรยาของพระสุธนที่กำลังจะถูกจับเผาไฟบูชายันต์ จึงออกอุบายขอปีกขอหางที่ถูกแม่ของพระสุธนกล่าวหาว่านางมโนราห์เป็นกาลีบ้านกาลีเมือง จึงถูกถอดปีกหางให้พรานบุญเก็บไว้ จากนั้นออกอุบายให้พระสุธนเข้าไปล่าสัตว์เพื่อจับนางมโนราห์เผาไฟบูชายันต์ นางมโนราจึงออกอุบายขอปีกและหางจากพรานบุญเพื่อร่ายรำถวายพระเพลิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนถูกเผาทั้งเป็น โดยพรานบุญหลงเชื่อจึงนำปีกและหางมามอบให้นางมโนรา ซึ่งนางมโนราได้ร่ายรำรอบกองเพลิงก่อนจะใช้จังหวะที่ทุกคนเผลอบินขึ้นฟ้าหลบหนีไป
ทำให้ตาพรานบุญ ที่เป็นผู้เก็บ ปีก หางของนางมโนรา จ ต้องรับกรรมในการลุยไฟแทนนางมโนรา ในขณะที่ปี่กลองจะตีรัวเร่งจังหวะเพื่อการกาดครูตามแบบฉบับโบราณเชื้อเชิญครูหมอหรือ “ตาหลวงลุยไฟ” หรือ “พ่อตาลุยไฟ” เข้าประทับทรงร่างทรง ซึ่งครูหมอมโนราห์หรือโนราถือเป็นเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีอยู่หลายองค์ เช่น แม่ศรีคงคา หรือแม่ศรีมาลา พ่อเทพสิงหร ขุนพราน ยาพราน พรานบุญ (หน้าทอง) พรานทิพ พรานเทพ พ่อขุนศรัทธา หลวงสุทธิ์ นายแสน หลวงคงวังเวน พระยาถมน้ำ พระยาลุยไฟ พระยาสายฟ้าฟาด พระยามือเหล็ก พระยามือไฟ ตาหลวงคง เป็นต้น แต่การประกอบพิธีในครั้งนี้จะมุ่งกาดเชื้อเชิญพระยาลุยไฟหรือ “พ่อตาลุยไฟ” เข้าประทับทรง โดยเมื่อพ่อตาลุยไฟเข้าประทับทรงร่างทรง ซึ่งนุ่งผ้าสีขาวโจงกระเบน ไม่สวมเสื้อ เดินตีนเปล่า จะมีอาการตัวสั่น พูดเสียงดังและออกมาร่ายรำรอบ ๆกองไฟเตรียมเดินลุยไฟที่ลุกโชนช่วง เปลวความร้อนแผ่กระจายไปรอบ ๆ กองไฟ ผู้คนที่ห้อมล้อมสามารถรู้สึกได้ถึงความร้อนของเปลวเพลิงในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร


ในขณะที่ทุกคนเฝ้ารอการลุยไฟด้วยใจระทึกปรากฏว่าพ่อตาลุยไฟก็จะเดินเข้าไปใช้เท้าเตะกองเพลิงที่กำลังลุกโชนจนกระจ่ายเกลื่อนบริเวณ จากนั้นจึงเดินเข้าไปเหยียบย่ำบนกองเพลิงด้วยเท้าเปล่า ๆ และนอนเกลือกลิ้งบนกองไฟจนไฟมอดดับ โดยที่ร่างทรงไม่โดนไฟไหม้หรือพุพองเพราะความร้อนของเปลวเพลิงแม้แต่น้อย ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชนจำนวนมากที่ร่วมชมพิธีหลายร้อยคน หลังจากนั้นพ่อตาลุยไฟจึงเดินกลับมานั่งบนศาลาครูหมอ ในขณะที่มโนราพรนุรักษ์ มณฑาศิลป์ ได้ประกาศว่าใครที่เจ็บป่วย มีโรคประจำตัวให้เข้าไปหาและบอกโรคและอาหารของโรคให้พ่อตาลุยไฟทราบเพื่อช่วยเหลือรักษาโรคร้ายโดยนำโรคต่าง ๆ ออกจากร่างปาเข้าไปเผาในกองเพลิง ซึ่งจะทำให้คนป่วยให้หายขาดจากป่วยในโรคนั้น ๆ ไปตลอดชีวิต โดยมีผู้ชมหลายคนเข้าไปให้พระยาลุยไฟช่วยรักษาโรคโดยเฉพาะโรคปวดเมื่อยตามร่างกาย หลังจากนั้นจึงมีการประกอบพิธีกาดเชื่อเชิญพระยาลุยไฟหรือพ่อลุยไฟออกจากร่างทรง โดยพบว่าร่างทรงมีอาการเหนื่อยและอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีร่องรอยไฟไหม้หรือแผลพุพองตามร่างกายแม้แต่น้อย นับเป็นเรื่องที่นาอัศจรรย์เป็นอย่างมาก


มโนราพรรนุรักษ์ มณฑาศิลป์ เปิดเผยว่าพิธีกรรมที่เรียกว่า“โนราลุยไฟ” เป็นศาสตร์แห่งครูหมอโนรา ซึ่งเป็นพิธีการรักษาโรคของคนในสมัยโบราณที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานับพันปี โดยการลุยไฟเป็นการลุยไฟที่ร้อนแรงจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการเล่นกลหรือใช้วิธีการตบตาหลอกลวงชาวบ้าน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าวได้สูญหายไปหมดแล้ว แต่คณะมโนราห์ของตนและมโนรา “อรอุมา ศ.มณฑาศิลป์” บุตรสาวของมโนรา “มณฑา ศ.มณฑาศิลป์” ได้ยึดถือและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันและไม่แน่ใจว่ามโนราห์คณะใดจะยังสามารถสืบทอดพิธีกรรมลุยไฟแบบนี้ได้อีกหรือไม่ อาจจะเหลือมโนราลุยไฟของตนคณะเดียวในโลกก็ได้ และโชคดีที่ทางศูนย์ฝึกมโนราห์บ้านบ่อน้ำร้อน ได้ทำการฝึกฝนมโนรารุ่นใหม่ ๆ ซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษา โดยจะสืบทอดพิธีที่เรียกว่า มโนราลุยไฟ” มาให้กับคณะของตนและคณะของมโนรา “อรอุมา ศ.มณฑาศิลป์” เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์แห่งครูหมอโนราให้คงอยู่สืบไป.

ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์/นครศรีธรรมราช
10 ต.ค. 2561