ท่องเที่ยวเมืองคอน » ทำบุญ รับ และส่ง ตายาย  เป็นประเพณีเก่าแก่ของคนภาคใต้ 

ทำบุญ รับ และส่ง ตายาย  เป็นประเพณีเก่าแก่ของคนภาคใต้ 

23 กันยายน 2018
161   0

ทำบุญ รับ และส่ง ตายาย  เป็นประเพณีเก่าแก่ของคนภาคใต้  โบราณแต่ครั้งไหนต้องไปสืบหากันอีกที  ชาวบ้านรู้แต่เพียงว่า  ต่างคนต่างเกิดมาก็มีรับส่งตายายกันแล้วทั้งนั้น

 

ประเพณีนี้มีความเชื่อว่า  ในวันแรม ๑ ค่ำเดือนสิบของทุกปี  พญายม  หรือยมโลกจะปล่อยให้คนที่ตายไปแล้ว  โดยเฉพาะพวกที่ตกอยู่ในนรก  เป็นเปรต  ให้ขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานในมนุษยโลกได้ ๑๕ วัน  พอถึงแรม ๑๕ ค่ำ  จึงถูกเรียกกลับให้ไปอยู่ที่เดิม

 

คนภาคใต้จึงทำพิธีรับบรรพบุรุษในวันแรม ๑ ค่ำ  เรียกวันรับตายาย  พอถึงวันแรม ๑๕ ค่ำจึงส่งตายายกลับ  เรียกวันส่งตายาย

 

ในระหว่าง ๑๕ วันที่ตายายมาอยู่กับลูกหลาน  ลูกหลานจะต้องตระเตรียมข้าวของเพื่อให้ตายายได้เอาไปกินไปใช้ในปรโลก  พอถึงวันส่งตายายก็นำของที่จะให้ตายายไปวัด  แล้วทำพิธีบังสุกุลอุทิศไปให้ตายายของตน  ทั้งยังแบ่งปันบางส่วนอุทิศไปให้คนตายที่ไม่มีญาติ ในระหว่างนี้  ลูกหลานคนไหนไปอยู่ไกล ๆ ต่างบ้านต่างเมือง  จะต้องกลับมายังบ้านอันเป็นของต้นตระกูล  มาช่วยกันเตรียมของ  โดยเฉพาะทำขนมทั้ง ๕  เพื่อให้ตายายได้เอาไปใช้ในโลกนู้น

 

ข้าวของที่จะให้ตายายเอาไป  ส่วนใหญ่คืออาหารแห้งและเครื่องใช้ประจำวัน  แต่สิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้  ต้องให้ตายายได้เอาไปคือขนม ๕ อย่าง  มี  ขนมพอง  ขนมลา  ขนมกง  ขนมดีซำ  และขนมบ้า  อาหารอื่น ๆ ที่ให้ตายายไปนั้นให้เน้นผลิตผลจากหยาดเหงื่อของลูกหลานเอง  บ้านใครปลูกกล้วยได้สวย  ก็ให้ใส่กล้วย  บ้านใครปลูกมะม่วงได้ดี  ให้ใส่ลงไปด้วย  ที่สำคัญให้ระลึกว่าเรากินอะไรให้ตายายได้กินด้วย  และต้องไม่ลืมของชอบของตายาย  บางบ้านตายายชอบชนไก่  ก็อย่าลืมทำตุ๊กตาไก่ชนใส่ไปให้  หรือตุ๊กตาวัวชนหากท่านเคยชอบ

 

ข้าวของทุกอย่างที่ให้ตายายเอาไป  ให้ใส่มาเป็นสำรับ  เรียกว่า มรับ  ปู่ย่าตาทวดเดียวกันมักจะรวมกันจัดมรับของตระกูล  หรือถ้าไม่ได้รวมกันก็ต้องฝากของไปใส่มรับในเครือญาติกันให้ครบจึงจะถูกตามความเชื่อ

 

การจัดมรับนั้น  ให้ดีต้องเอาภาชนะเครื่องสานที่ตายายทำไว้ให้  โดยเฉพาะเฌอ  เวลาจัดให้รองก้นเฌอด้วยใบตองแล้วใส่ข้าวสารข้าวใหม่ลงไปก่อน ตามด้วยเครื่องแกง  มีหัวหอม  หัวเทียม  ลีปลี  เกลือ  เคอย น้ำผึ้ง  น้ำตาล  หัวข่า  หัวขมิ้น  ตะไคร้ แล้วจึงใส่พวกอาหารแห้ง  ปลาเค็ม  หมูเค็ม  เนื้อเค็ม  มะพร้าว  ขี้พร้า  น้ำเต้า  ลอกอ  ส้มขามเปียก ต่อด้วยผลไม้ เช่นข้าวโพดทั้งฝัก  ส้มโอ  แตงไทย  มะม่วงแก่  กล้วยแก่ อ้อย  และของที่ปลูกในบ้าน  หรือถ้าไม่ได้ปลูก  แต่เป็นของชอบของตายาย  ก็ควรขวนขวายไปซื้อไปหามาจากที่อื่น  สุดท้ายให้ใส่ของใช้ประจำวัน  สมัยก่อนมี น้ำมันมะพร้าว  ไว้จุดตะเกียง  มีขี้ไต้  มีเหล็กไฟ  สำหรับให้แสงสว่าง  ปัจจุบันเรามักใส่ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่ลงไปแทน  หวังว่าตายายจะใช้เป็น  นอกนั้นก็ต้องใส่  หม้อ  กระทะ  ถ้วย  เข็ม  ด้าย  หมาก  พลู  ปูน  กานพลู  พิมเสน  สีเสียด  ยาเส้น  ใบจาก  ยาลม ซึ่งเป็นของเชี่ยนหมกให้ครบถ้วน  สุดท้ายต้องมี ธูปกับเทียนให้ท่านได้ไหว้พระ  แต่ละชั้นควรรองใบตองแยกประเภทให้เรียบร้อย  คนแก่หูตาไม่ค่อยดี  ใส่ปน ๆ กันจะหาไม่พบ  ถ้าจะใส่ของชอบของตายายไม่ว่าไก่ชน วัวชน ปลากัด นกเขา  ก็ให้ใส่เสียตอนนี้

 

ครบบริบูรณ์ 5 อย่างในเฌอแล้ว จึงจะเอาขนมทั้ง ๕ มาแต่ง  เริ่มจากขนมลาต่างแพรพรรณทั้งนุ่งทั้งห่มมาหุ้มปิดข้าวของทั้งหมดให้มิดชิด  เอาขนมพองต่างเรือแพข้ามห้วงมหรรณพ  ขนมกงต่างเครื่องถนิมพิมพาภรณ์  ขนมดีซำต่างเงินทอง  และขนมบ้าต่างลูกสะบ้า  มาตกแต่งภายนอก  จะประดับประดาอะไรอย่างอื่นให้สวยงามอีกก็ได้  เช่นดอกไม้  อุบะ  มาลัย  แล้วปักธูป ๑ ดอกเอาไว้บนยอดมรับ

 

ถึงวันแรม ๑๕ ค่ำ  ให้ทำสำรับคาวหวานถวายพระอีก ๑ สำรับ  ทำกระทงจำลองมรับใหญ่สำหรับตั้งร้านเปรต ๑ ชุดสำหรับคนตายที่ไม่มีลูกหลาน  และชุดเล็ก ๆ อีก  หลาย ๆ ชุดเอาไว้ตั้งตามทางแยก  สำหรับเปรตชั้นต่ำสุดเข้าวัดไม่ได้

 

เช้าวันส่งตายาย  ลูกหลานแต่งตัวสะอาดหมดจด  ช่วยกันยกมรับ  กระทงร้านเปรต  สำรับถวายพระ  พร้อมดอกไม้  ธูป  เทียน  เดินทางไปวัดที่เอาพ่อเอาแม่หรือปู่ย่าตาทวดมาเผาไว้  หรือจะเป็นวัดที่สมัยท่านเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ได้มาถือศีลฟังธรรมอยู่เป็นประจำก็ได้

 

ออกจากบ้านเจอต้นไม้ใหญ่เก่าแก่  เจอทางแยก  เจอศาลา  พิจารณาดูว่าน่าจะมีคนมาอาศัยเป็นร่มเงาหรือผ่านทางมา  ให้วางกระทงเปรต ๑ กระทงมาจนถึงวัด

 

ที่วัดจะมีหลาเปรต  เอากระทงเปรตชุดใหญ่พร้อมธูป ๑ ดอกไปวางไว้  แล้วยกมรับตายายไปไว้ในศาลาวัดที่จะทำพิธี  เอาสำรับถวายพระไปไว้ที่โรงฉัน  แล้วมาไหว้พระเตรียมบังสุกุล

 

วันส่งตายายถือเป็นงานใหญ่ของคนใต้จริง ๆ เป็นวันชุมนุมญาติประจำปี  เป็นวันสดชื่น  เป็นวันดีใจ  เป็นวันรับพร  เป็นวันที่พ่อแม่ปู่ย่าตาทวดที่จากเราไปแล้วกลับมาหาและกำลังจะจากกันอีก  เป็นวันที่ท่านอวยชัยให้พรลูกหลานที่มาให้ท่านเห็นกันพร้อมหน้าในวันนี้

 

ลูกหลานบางตระกูล  จะเอาโกฏิเล็ก ๆ ที่ใส่กระดูกปู่ย่าตาทวดมาด้วย  ก็จะจัดวางพร้อมดอกไม้ธูปเทียนไว้อีกด้านหนึ่ง  เป็นการทำบุญกระดูกพร้อมกันไป

 

ประเพณีทำบุญส่งตายายนี้  เรียกต่าง ๆ กันในแต่ละท้องถิ่น ตั้งแต่งานชิงเปรต  งานเดือนสิบ  หรือสารทเดือนสิบ งานยกมรับ รวมทั้งรายละเอียดของการทำบุญก็แตกลูกแตกดอกกันออกไปหลายอย่าง  แต่ล้วนมีเนื้อหาหลัก  คือทำบุญอุทิศส่วนกุศลประจำปีไปให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว  เป็นอุบายอันแยบยลของคนโบราณที่สอนให้ลูกหลานรักใคร่ปรองดองกัน  พร้อม ๆ ไปกับความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ  บางบ้านบางครอบครัว  ที่พี่น้องกินแหนงแคลงใจกัน  ก็ได้เอาประเพณีทำขนมด้วยกัน  จัดหมรับเดียวกันนี้มาขอดีกัน  ด้วยทำให้พวกเขาระลึกขึ้นได้ว่า  ที่แท้พวกเขาก็มาจากครรภ์มารดาเดียวกัน

 

ประเพณีนี้ไม่น่าจะเป็นความเชื่อทางพุทธศาสนา  แต่น่าจะเป็นความเชื่อผีสางเทวดาตามแบบวิถีชีวิตของคนในสังคมเกษตรกรรม  หรือจะเป็นลัทธิธรรมเนียมพราหมณ์ที่ยังคงตกค้างอยู่ก็เป็นได้  ในลาวเรียกประเพณีที่คล้ายกันนี้ว่า  งานบุญข้าวประดับดิน  ในเขมรก็มีแต่จำไม่ได้เสียแล้วว่าเรียกอย่างไร คล้าย ๆ โซนเดนตา  หรืออะไรทำนองนี้ จะเห็นว่าช่วงนี้  เป็นช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตพอดี  นัยหนึ่งจึงน่าจะหมายถึงงานฉลองการเก็บเกี่ยวด้วย