ข่าวด่วนเมืองคอน » วอนช่วย 2 สาวน้อยนักเรียนฝาแฝด ม.2 เมืองคอนยอดกตัญญูสู้ชีวิตปรนนิบัติแม่พิการโดนพ่อทิ้งไม่ใยดี

วอนช่วย 2 สาวน้อยนักเรียนฝาแฝด ม.2 เมืองคอนยอดกตัญญูสู้ชีวิตปรนนิบัติแม่พิการโดนพ่อทิ้งไม่ใยดี

23 กันยายน 2018
3471   0

วอนช่วย 2 สาวน้อยนักเรียนฝาแฝด ม.2 เมืองคอนยอดกตัญญูสู้ชีวิตปรนนิบัติแม่พิการโดนพ่อทิ้งไม่ใยดี
วอนช่วย 2 สาวน้อยนักเรียนฝาแฝด ม.2 เมืองคอนยอดกตัญญูสู้ชีวิตปรนนิบัติแม่พิการโดนพ่อทิ้งไม่ใยดี-สุดทึ่งผลการเรียนเป็นเลิศ 3.75,3.94 โรงเรียนให้ทุนการศึกษาแต่หากไม่มีทุนเรียนจะออกมาหางานทำหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนตามความฝันเป็นหมอทั้งสองคน-หลั่งน้ำตาวิงวอนพ่อบังเกิดเกล้าช่วยส่งเสียเสียงดูบ้าง
(23 ก.ย.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือครอบครัวของสองพี่น้องฝาแฝดนักเรียนชั้น ม. 2 ที่มีแม่พิการเนื่องจากพัดตกจากบันใดในขณะที่พ่อได้ทิ้งให้เผชิญชีวิตอย่างน่าสงสาร โดยครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่บานเลขที่ 13/2 หมู่ 11 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
ผู้สื่อข่าวจึงพร้อมด้วยนายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายคามเมืองคอนเพื่อประชาชนได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านหลังดังกล่าว โดยพบว่าเป็นบ้านมาตรฐานหลังค่อนข้างใหญ่แต่ภายในบ้านไม่มีข้าวของหรือทรัพย์สินมีค่ามากนัก และพบ ด.ญ.ปดิวรดา ควนกล้า หรือ “น้องหน่า “ ด.ญ.ปดิวริดา คนแกล้า หรือ “น้องหนี่” สองสาวน้อยฝาแฝด อายุ 14 ปี กำลังช่วยกันปรนนิบัติ ดูแล นาสุนีย์ ควนกล้า อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นแม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์พิการร่างกายซีกด้านซ้าย ต้องใช้ไม้เท่าสามขาค้ำยันพยุงเดินอย่างยากลำบาก ซึ่งหนูน้อยฝาแฝดทั้งสองคนเป็นคนพูดจาคลล่องแคล่วร่าเริง แจ่มใส แต่แววตาแฝงไว้ด้วยความทุกข์และวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
นางสุนีย์ ควนกล้า เปิดเผยว่า ตนและสามีอยู่กินกันมาเกือบ 20 ปีจนมีบุตรด้วยกัน 3 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด ลูกคนแรกปัจจุบันอายุ 21 ปี ปัจจุบันมีครอบครัวไปแต่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ส่วนลูกคนที่สองและสามเป็นลูกสาวฝาแฝดคือน้องหน่า และน้องหนี่ ตนประกอบอาชีพค้าขายข้าวเหนียวไก่ย่าง ส่วนสามี ประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า ของโบรารณ มีฐานะความเป็นอยู่ไม่ลำบากเดือดร้อนสามารถสร้างบ้าน สวนปาล์ม 7 ไร่ ซื้อที่ดินไว้อีก 2 ล็อค ต่อมาเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนหน้านี้ตนป่วยเป็นเส้นเลือดสมองตีบตันได้เดินพลัดตกจากบันใดต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.นานเกือบ 1 ปี และกลายเป็นคนพิการร่างกายอัมพฤกษ์ซีกด้านซ้าย สามีจึงได้ขายสวนปาล์มได้เงินกว่า 1.2 ล้านบาท ขายที่ดิน 2 ล็อคได้เงิน 400,000 บาท ก่อนจะให้เงินตนไว้ 200,000 บาทจากนั้นสามีก็ทิ้งตนและลูก ๆ ไปอย่างไม่สนใจใยดี ทราบว่าสามีไปประกอบธุรกิจและมีครอบครัวใหม่อยู่ จ.ภูเก็ต และไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูแม้แต่น้อยแลไม่เคยกลับมาเยี่ยมตนและลูกเลย
“ทุกวันนี้ตนไม่สามารถทำงานอะไรได้และมีเพียงเงินผู้พิการที่ได้รับจากราชการเดือนละ 800 บาท นอกจากนี้ลูกสาวคนโตที่มีครอบครัวแล้วได้ให้การช่วยเหลือบ้างตามสมควร นับว่าตนยังโชคดีที่มีบ้านอยู่อาศัยคุ้มหัวนอน โดยที่ผ่านมากว่า 3 ปีตนและน้องหน่า น้องหนี่ ต้องสู้ชีวิตอด ๆ ยาก ๆ โดยลูกทั้งสองคนจะคอยช่วยเหลือปรนนิบัติเลี้ยงดูตนเป็นอย่างดี และรับผิดชอบดูแลภายในครอบครัวเกือบทั้งหมด ส่วนลูกสาวคนโตและลูกเขยก็จะออกไปทำงานรับจ้างนอกบ้าน ในขณะที่ น้องหน่า และน้องหนี่ กำลังเรียนอยู่ชั้น ม. 2 /1 โรงงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช โดยได้รับการช่วยเหลือจากโรงเรียนมอบทุนการศึกษานักเรียนยากจนให้เดือนละ 2,000 บาท/คน ตนอยากให้สามียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนบ้าง และหากทอดทิ้งตนและลูก ๆ ไปอย่างไม่ใยดีเช่นนี้ก็ควรจะกลับมาทำเรื่องหย่าให้เรียบร้อยไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก
ทางด้าน ด.ญ.ปดิวรดา หรือ “น้องหน่า “ ด.ญ.ปดิวริดา หรือ “น้องหนี่” สองสาวน้อยฝาแฝด ร่วมกันกล่าวว่า ตนทั้งสองจะอดทนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้เรียนหนังสือโดยมีเป้าหมายสูงสุดของทั้งสองคนคือการเรียนจบเป็นหมอเพื่อรักษาผู้คนที่เจ็บป่วยรวมทั้งจะได้มีโอกาสรักษาและเลี้ยงดูแม่ให้สุขสบาย ทุกวันนี้ก่อนไปโรงเรียนก็จะปรนนิบัติดูแลแม่ อาบน้ำ ป้อนข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่ ทำความสะอาดบ้าน ก่อนพากันไปโรงเรียนเมื่อเลิกเรียนก็จะรีบกลับบ้านมาปรนนิบัติดูแลแม่ หุงข้าว ประกอบอาหาร ปัดกวาดบ้านทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรทุกวัน
ในบางครั้งเห็นครอบครัวของเพื่อน ๆ อยู่กันครบทั้งพ่อแม่ก็รู้สึกน้อยใจและแอบร้องให้บ้างเหมือนกัน แต่ก็ต้องตัดสินหันกลับมาสู้ชีวิตอย่างมานะอดทนต่อไป โดยจะตั้งใจเรียนเป็นพิเศษทำให้มีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยน้องหน่ามีผลการเรียนในเทอมที่ผ่านมา 3.75 ส่วนน้องหนี่ 3.94 โดยทั้งสองไม่ได้เรียนกวดวิชาหรือเรียนพิเศษใด ๆ และหากเรียนจบ ม. 3 ก็จะเรียนต่อระดับ ม.ปลาย แต่หากไม่ได้ทุนการศึกษาจากทางโรงเรียนตนทั้งสองก็จะออกมาทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนนอกระบบเพื่อก้าวไปเป็นหมอตามความฝันให้จนได้
สองพี่น้องฝาแฝดกล่าวอย่างน่าสงสารต่อไปว่า ในข่วง 3 ปีที่ผ่านมาตนทั้งสองไม่ได้ไปเที่ยวเตร่เหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ บางครั้งเพื่อนไม่ทราบว่าตนทั้งสองมีฐานะยากจนได้รัดไปเที่ยวห้างเซ็นทรัลสรรพสินค้า สาขานครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของตนเพียง 2 กม.เศษ ตนไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนได้ก็รับปากกับเพื่อน ๆ ร่วมไปเดินเที่ยวในห้างแต่จะไม่ซื้อสินคาใด ๆ เลย แม้แต่อาหารเพื่อนซื้อกิน แต่ตนทั้งสองก็จะอ้างว่าไม่หิวเพราะต้องการเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เอาไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และตนไม่อับอายที่มีชะตาชีวิตเป็นอย่างนี้ และขอขอบคุณคณะครูอาจารย์ เพื่อน ๆ ญาติ รวมทั้งคนทั่วไปที่รับรู้และเข้าใจตนและครอบครัว โดยมีการยื่นเหลือเรื่องเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้หรือเงินสดบ้างโดยตนจะสู้ชีวิตต่อไปโดยไม่ย่อท้ออย่างแน่นอน
ทางด้านนายธนาชัย เกตุโรจน์ กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยสอบถามทราบว่า นางทัศนีย์ แม่ของเด็กต้องการหย่าขาดจากสามี เพราะสามีทอดทิ้งไปมีครอบคัวใหม่ไม่เคยกลับมาดูแล และหากสามีไม่ยอมหย่าก็ขอให้ตนช่วยยื่นห้องหย่าให้ด้วย โดยตนจะดำเนินการยื่นห้องให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทิ้งสิ้น และในขณะนี้มีผู้ที่ทราบเรื่องราวของครอบครัวนี้ฝากเงินสดให้ตนและศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.นำมามอบให้ครอบครัวนี้บ้างแล้ว ส่วนผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวนี้ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สองพี่น้องฝาดแฝด โทร 093-7795276 หรือโอนเงินผ่านบัญชี ด.ญ.ปดิวรดา ควนกล้า ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้างเทสโก้โลตัสนครศรีธรรมราช นายธนาชัย กล่าว.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์/นครศรีธรรมราช
23 ก.ย. 2561